เคล็ดลับปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า

อันตรายจากแสงสีฟ้า ตัวการที่อาจทำให้เกิดฝ้าและจุดด่างดำ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบเซลฟี่มักจะถูกแสงสีฟ้าบุกเข้ามาทำลายผิวในแบบที่คุณเองก็อาจจะยังไม่รู้ตัว

เครดิตฟรี

แสงสีฟ้า คืออะไร?

แสงสีฟ้าเป็นคลื่นพลังงานที่มีความถี่สูง มีคลื่นความยาวคลื่น 400 – 500 นาโนเมตร แสงสีฟ้านั้น มีอยู่รอบตัวเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และแสงจากหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แสงเหล่านี้เป็นอันตรายต่อดวงตาและผิวพรรณของเราเป็นอย่างมาก จากการศึกษาพบว่าแสงสีฟ้านี้ เป็นชนิดเดียวกับที่พบในแสงแดด ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยการนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บ้าน หรือใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ในออฟฟิศ สิ่งนี้ไม่ได้ช่วยทำให้คุณปลอดภัยจากรังสียูวีเลย

เมื่อปัญหาริ้วรอย ไม่ได้เกิดจากแสงแดดอย่างเดียว

แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวี เป็นตัวการหนึ่งที่คอยทำลายผิว เราจึงต้องพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดรอยหมองคล้ำ แต่นอกจากนี้ปัญหาริ้วรอย ผิวหนังเสื่อมสภาพยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องที่ไม่ควรมองข้าม นั้นก็คือแสงสีฟ้าที่มาจากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์สมาร์ทโฟน รวมถึงหน้าจอทีวี

รับมืออย่างไรไม่ให้ผิวเสียจากแสงสีฟ้า?

การใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงเวลาเข้านอน การใช้ชีวิตอยู่หน้าจอตลอดเวลา เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าเหี่ยวย่น เกิดฝ้า กระ ได้ง่ายขึ้น จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การต้องเผชิญกับแสงแดดและการรับแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการทำลายผิว ให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เราควรปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยการครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง รวมถึงการหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงแสงแดดจัด แต่วิธีหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าที่ดีคือที่สุดคือ ลดการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ให้น้อยลงนั่นเอง

สล็อต

การเลือกใช้ครีมกันแดดที่ดี จะช่วยปกป้องผิวพรรณของเราจากการทำลายของแสงแดด พร้อมทั้งช่วยป้องกันอันตรายจากแสงสีฟ้าได้อีกด้วย ดังนั้นจึงต้องใส่ใจเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสม เพราะครีมกันแดดที่ดีนอกจากจะช่วยปกป้องผิวพรรณจากรังสียูวีแล้ว ยังมีส่วนบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งกระจ่างใสได้ด้วย

สาวๆ จะเห็นได้ว่าตัวการทำลายผิวสวย นอกจากรังสียูวีที่อยู่ในแสงแดดแล้ว แสงสีฟ้าที่อยู่ในหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่คอยทำลายผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการปกป้องผิวด้วยการเลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสม จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและแสงสีฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

สาว ๆ รู้หรือไม่ว่าอันตรายของแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ได้ส่งผลต่อแค่ดวงตาคู่สวยเท่านั้น แต่มันยังกระทบต่อผิวหน้าอันแสนบอบบางของเราไม่ใช่น้อย ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ไม่ค่อยชอบทาครีมกันแดดแล้วยังชอบแอบถ่ายเซลฟี่เป็นประจำก็ยิ่งเสี่ยงหน้าพังกว่าใคร ซึ่งผู้ที่ออกมาเตือนเรื่องนี้คือ Sara Cheeney เจ้าของสถานเสริมความงามชื่อดังในประเทศเวลส์ เนื่องจากช่วงหลัง ๆ มานี้ มักจะมีคนไข้เข้ารับการรักษาผิวหน้าหลายราย และส่วนใหญ่คนไข้เหล่านั้นมักจะเป็นบล็อกเกอร์ หรือไม่ก็หญิงสาวที่เล่นโซเชียลมีเดียผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือทั้งวันนั่นเอง

จากการสอบถามคนไข้ที่เข้ามารักษาในคลินิกของ Sara Cheeney ทั้งปัญหาฝ้าหรือจุดด่างดำ พฤติกรรมส่วนใหญ่ที่พวกเธอมีร่วมกันคือ ติดการใช้โทรศัพท์และมักจะถ่ายรูป หรือส่องดูใบหน้าของตัวเองด้วยกล้องมือถือทุกวัน จนแสงสีฟ้าซึ่งเป็นชนิด High Energy Visible Light หรือแสงที่มีพลังงานสูงจากหน้าจอนั้น เข้ามาสาดส่องบนผิวได้โดยตรง คนที่ไม่ได้ลงครีมกันแดดปกป้องผิวก็จะเจอปัญหานี้มากกว่าใคร ส่วนใครที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็อาจเกิดจุดด่างดำบนใบหน้าได้เพียงเล็กน้อย

แต่เพื่อไม่ให้สาว ๆ ต้องโดนพรากความงามไป เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กระปุกดอทคอมเลยมีวิธีป้องกันอันตรายจากแสงสีฟ้ามาฝาก จะได้ยืดเวลาผิวสวยนี้ให้อยู่คู่หน้าเราไปนาน ๆ มีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

  1. ใช้ครีมกันแดดแบบ Physical sunscreens

สล็อตออนไลน์

ครีมกันแดดแบบ Physical sunscreens จะมีส่วนผสมของ Titanium dioxide และ Zinc oxide เมื่อรังสี UV หรือแสงชนิดอื่น ๆ ส่องมาที่ใบหน้า ครีมกันแดดชนิดนี้ก็จะสะท้อนออกไปทันที ต่างจากครีมกันแดดทั่วไปที่ใช้วิธีการดูดซับรังสี UV เอาไว้ แล้วค่อยไปล้างออกตอนทำความสะอาดใบหน้าแทน ดังนั้น ถ้าต้องการป้องกันแสงสีฟ้าอย่างได้ผลก็ควรหันมาใช้ครีมกันแดดแบบ Physical sunscreens จะดีกว่า

  1. ลดแสงหน้าจอขณะใช้งาน

การปรับลดความสว่างหน้าจอโทรศัพท์ดูจะเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการป้องกันอันตรายจากแสงสีฟ้า ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งใบหน้าและดวงตาเราด้วย ทั้งนี้ ไม่ควรลดความสว่างมากเกินไปจนทำให้เราต้องเพ่งมองจอ ไม่อย่างนั้นปัญหาริ้วรอยคิ้วขมวดอาจเข้ามาทำให้ปวดหัวแทนได้

  1. ติดฟิล์มหน้าจอช่วยลดแสงสีฟ้าลงได้

ส่วนสาว ๆ คนไหนที่ห่วงหรือกังวลใจเรื่องแสงสีฟ้ามากเป็นพิเศษ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหันมาติดฟิล์มที่ช่วยป้องกันแสงสีฟ้าน่าจะช่วยได้เยอะเลย ถึงแม้ว่าหน้าจอจะไม่สวยเท่าเดิม แต่แลกกับการป้องกันผิวหน้าก็ถือว่าคุ้มค่านะคะ

slot

อย่างแรก เป็นที่แน่นอนว่า แสงสีฟ้ามีผลต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์เยื่อชั้นในลูกตา หรือโรคจอประสาทตาเสื่อมโดยตรง ในขณะที่นั่งแชตและบางคนกลางคืนยังนอนแชตในห้องที่แสงน้อย ไม่ได้ทำร้ายแค่สายตาเท่านั้น แต่กลับเป็นตัวทำลายใบหน้าให้หมองคล้ำและเหี่ยวย่น เนื่องมาจากขาดความชุ่มชื้น ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือเกิดสิว ฝ้า กระ แบบไม่รู้ตัวอีกด้วย เนื่่องจากการพฤติกรรมประจำวันของเรา ที่สะสมแสงพวกนี้ในร่างกายเราอยู่ตลอดเวลา บวกกับแสง “อินฟราเรด” หรือ รังสีความร้อน ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ แผงมาในชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้ว ประกอบด้วย รังสีอัลตราไวโอเลต UVA, UVB และ UVC (โอโซนในบรรยากาศได้กรอง UVC ออกไป), แสงที่มองเห็นได้ (Visible light) และ รังสีอินฟราเรด (Infrared) ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 50% ของรังสีที่ตกกระทบมายังโลก ส่งผลเสียกับผิวหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น สร้างริ้วรอย แก่ก่อนวัย ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือทำให้คอลลาเจนในเนื้อผิวหายไป และที่ร้ายแรงที่สุด คือ มะเร็งผิวหนัง นั่นเอง

เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างไรปกป้องสูงสุด

เมื่อรู้แล้วว่าตัวการทำร้ายผิวบอบบางของเรานั้นมีเยอะแยะรอบตัวเสียเหลือเกินในทุกๆวัน ฉะนั้นการปกป้องผิว คือสิ่งที่จำเป็นที่สุด ซึ่งเริ่มจากวิธีง่ายที่สุดคือ รู้จักเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีมากกว่าการปกป้องรังสียูวีเพียงอย่างเดียว เพราะแค่ค่าเอสพีเอฟ (SPF) ที่สูงอย่างเดียว ไม่สามารถปกป้องผิวได้ 100% แน่นอน เพราะปัจจุบันนี้ยังมีแสงสีฟ้า จากจอโทรศัพท์เข้ามาเป็นปัจจัยหลักสำคัญในชีวิตเรา

เคล็ดลับปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top