ข้อควรรู้เกี่ยวกับไลซีน

ไลซีน (Lysine) คือหนึ่งในกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากสารอาหารอื่น ๆ โดยกรดอะมิโนชนิดนี้มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยสร้างโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกาย ร่างกายจึงต้องการกรดอะมิโนนี้เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน เอนไซม์ต่าง ๆ รวมไปถึงการซ่อมแซมเนื้อเยื่อด้วย

เครดิตฟรี

ไลซีน พบได้ใน เนื้อสัตว์ ปลา นม ไข่ ชีส ยีสต์ ถั่วลิมา ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง รวมไปถึงอาหารที่มีโปรตีนสูงทุกชนิด
คนส่วนใหญ่ได้รับกรดอะมิโนชนิดนี้ที่เพียงพออยู่แล้วในอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่สำหรับผู้เป็นมังสวิรัติอาจมีความเสี่ยงที่ร่างกายจะขาดไลซีนได้ หากร่างกายได้รับโปรตีนชนิดนี้ไม่เพียงพอ เราสามารถรับรู้ถึงสัญญาณบางอย่างของการขาดไลซีน อย่างเช่น การเป็นโรคโลหิตจาง อาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาจทำให้เกิดโรคนิ่วในไต
ประโยชน์ของไลซีน
ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
มีส่วนในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย
ช่วยให้ร่างกายนำกรดไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงาน
ช่วยเสริมสร้างสมาธิให้ดียิ่งขึ้น
มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
ช่วยปรับสมดุลของระดับไนโตรเจน ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง
ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระพรุน
ช่วยรักษาและบรรเทาปัญหาด้านการสืบพันธุ์บางประการ
ช่วยลดความถี่และป้องกันการเกิดโรคเริมหรือตุ่มใสที่ริมฝีปาก
มีส่วนช่วยรักษาโรคงูสวัด
ช่วยรักษาเด็กส่าไข้
ช่วยรักษาอาการจากหัวใจขาดเลือด

สล็อต

คำแนะนำเกี่ยวกับไลซีน
ผู้สูงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศชาย ร่างกายจะต้องการไลซีนมากกว่าผู้ที่อายุน้อย
สำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อย มีอาการเบื่อ ไม่มีสมาธิ มีอาการตาแดงเพราะเส้นเลือดฝอยแตก หรือมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน หรือผมร่วง หรืออยู่ในภาวะโลหิตจาง มีความเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุณอาจขาดไลซีน
แอลไลซีน (L-Lysine) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายทั้งแบบเป็นเม็ดและแคปซูลในขนาดประมาณ 500 มิลลิกรัม
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานกันโดยทั่วไปคือประมาณ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง
สำหรับผู้ที่เป็นโรคเริมควรรับประทานอาหารเสริมไลซีนในขนาดประมาณ 3,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวันร่วมกับอาหารที่มีไลซีนสูงด้วย และในกรณีที่มีตุ่มน้ำใสหรือมีแผลพุพองที่ปากควรรับประทาน 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวันในระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการกำเริบของโรคได้ดีมาก
เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร นอกจากจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้
หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
สำหรับผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับหรือไตไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร

สล็อตออนไลน์

คำแนะนำเกี่ยวกับไลซีน

ผู้สูงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศชาย ร่างกายจะต้องการไลซีนมากกว่าผู้ที่อายุน้อย
สำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อย มีอาการเบื่อ ไม่มีสมาธิ มีอาการตาแดงเพราะเส้นเลือดฝอยแตก หรือมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน หรือผมร่วง หรืออยู่ในภาวะโลหิตจาง มีความเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุณอาจขาดไลซีน
แอลไลซีน (L-Lysine) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายทั้งแบบเป็นเม็ดและแคปซูลในขนาดประมาณ 500 มิลลิกรัมขนาดที่แนะนำให้รับประทานกันโดยทั่วไปคือประมาณ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง
สำหรับผู้ที่เป็นโรคเริมควรรับประทานอาหารเสริมไลซีนในขนาดประมาณ 3,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวันร่วมกับอาหารที่มีไลซีนสูงด้วย และในกรณีที่มีตุ่มน้ำใสหรือมีแผลพุพองที่ปากควรรับประทาน 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวันในระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการกำเริบของโรคได้ดีมาก
เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร นอกจากจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้
หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
สำหรับผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับหรือไตไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร

ไลซีนเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตได้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรับประทานให้เพียงพอจากอาหาร ถ้าร่างกายขาดไลซีนจะทำให้เกิดโรคโลหิตจาง, ตามีจุดเลือดออก,มีความผิดปกติของเอนไซม์, ผมร่วง, ไม่สามารถเพ่งสมาธิได้, ฉุนเฉียวง่าย, ไม่มีแรง, ไม่อยากอาหาร, มีความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์, การเจริญเติบโตช้าและน้ำหนักลด

อาหารที่เป็นแหล่งของไลซีนได้แก่ ชีส, ไข่, ปลา, นม, มันฝรั่ง, เนื้อแดง, ผลิตภัณฑ์จากถั่วและยีสต์

slot

ขนาดที่แนะนำ

ให้รับประทานกันโดยทั่วไปคือประมาณ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง
สำหรับผู้ที่เป็นโรคเริมควรรับประทานอาหารเสริมไลซีนในขนาดประมาณ 3,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวันร่วมกับอาหารที่มีไลซีนสูง
กรณีที่มีตุ่มน้ำใสหรือมีแผลพุพองที่ปากควรรับประทาน 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวันในระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการกำเริบของโรคได้ดี
เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร นอกจากจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้
หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
สำหรับผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับหรือไตไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร

ข้อควรรู้เกี่ยวกับไลซีน
Scroll to top