ประโยชน์ของโครเมียมต่อร่างกาย

โครเมียม ( Chromium ) คือ ส่วนประกอบสำคัญของสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า GTF โดยสารชนิดนี้จะมี ไนอะซิน โครเมียมและกรดอะมิโนบางอย่างเป็นส่วนประกอบอยู่ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้ร่างกายสามารถนำกลูโคสมาใช้ได้และสามารถควบ คุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ไม่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย นอกจากนี้ก็พบว่าร่างกายของคนเราจะมีโครเมียมอยู่น้อยกว่า 6 มิลลิกรัม แต่จะค่อยๆลดลงเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง

เครดิตฟรี

หน้าที่ของโครเมียม (Chromium)

  1. โครเมียมช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยที่เกี่ยวกับการเผาผลาญกลูโคสให้เป็นพลังงานและสังเคราะห์กรดไขมันและคอเลสเตอรอล ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  2. โครเมียมช่วยให้อินซูลินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ซึ่งพบว่าหากร่างกายขาดโครเมียม ก็จะทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูงหรือมีคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงได้ และด้วยเหตุนี้เองแพทย์จึงแนะนำให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นเบาหวาน ทานโครเมียมในรูปของแคปซูลเสริมเข้าไปนั่นเอง
  3. โครเมียมทำงานร่วมกับ RNA เพื่อการสังเคราะห์โปรตีนอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. โครเมียมทำหน้าที่ในการป้องกันพิษที่เกิดจากตะกั่ว

การดูดซึมโครเมียม ( Chromium )
ร่างกายของคนเราสามารถดูดซึมโครเมียมจากอาหารได้ที่ร้อยละ 0.5 และจะขับออกมาทางปัสสาวะมากถึง 5-10 ไมโครกรัมต่อวัน ส่วนที่ถูกขับออกทางอุจจาระก็จะมีน้อยมาก

แหล่งเก็บโครเมียม ( Chromium )
โดยปกติแล้วโครเมียมจะถูกเก็บไว้ที่ไต ม้ามและอัณฑะ เป็นส่วนใหญ่ และจะถูกเก็บไว้ที่ตับอ่อน สมอง ปอดและ หัวใจในปริมาณที่น้อยมาก นอกจากนี้ปริมาณของโครเมียมก็จะลดลงไปตามอายุอีกด้วย

แหล่งที่พบโครเมียม
โครเมียมมักจะพบได้มากที่สุดในไข่แดง เครื่องในสัตว์ เนยแข็ง ยีสต์ เนื้อสัตว์และธัญพืชที่ไม่ได้ขัดสี ส่วนในผักผลไม้จะพบในปริมาณที่น้อยมาก

สล็อต

ผลจากการขาดโครเมียม ( Chromium )
เมื่อร่างกายได้รับโครเมียมน้อยกว่าปกติ จะทำให้ไกลโคเจนที่สะสมไว้ในร่างกายลดลงไปอย่างรวดเร็ว และทำให้การเผาผลาญกรดอะมิโนมีความผิดปกติอีกด้วย นอกจากนี้ก็จะไปเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดและทำให้ผนังเส้นเลือดเป็นแผลได้เหมือนกันและนอกจากนี้การขาดโครเมียมก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานได้ เพราะจะทำให้อินซูลินทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างน่าตกใจและยังลดอัตราการเจริญเติบโตลงอีกด้วย

การเป็นพิษของโครเมียม ( Chromium )
โครเมียม แม้ว่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ในขณะเดียวกันก็พบว่าหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็เป็นอันตรายไม่ น้อยเหมือนกัน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็งนั่นเอง โดยทางสำนักงานมาตรฐานอาหารของอังกฤษ ก็ได้ออกมาเตือนว่าไม่ควรทานเกินวันละ 10 มิลลิกรัมเด็ดขาด

คำแนะนำในการรับประทานธาตุโครเมียม
โครเมียมในรูปของอาหารเสริมจะพบอยู่ได้ในอาหารเสริมประเภทแร่ธาตุรวมคุณภาพสูง โดยอาจมีปริมาณโครเมียมตั้งแต่ 50-300 ไมโครกรัม
โครเมียมในอาหารเสริม หากเลือกได้แนะนำให้เลือกที่อยู่ในรูปแบบของ “โครเมียมไดนิโคติเนตไกลซิเนต”
ปัจจุบันยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปแล้วในวัยผู้ใหญ่แนะนำให้รับประทานประมาณ 50-200 ไมโครกรัม

สล็อตออนไลน์


การรับประทานโครเมียมในปริมาณมากอาจมีผลไปรบกวนการดูดซึมของสังกะสีได้ ดังนั้นคุณควรรับประทานสังกะสีให้มากขึ้นกว่าเดิม
ร้อยละ 90% ของวัยผู้ใหญ่โดยทั่วไปได้รับโครเมียมจากอาหารไม่เพียงพอ
หากร่างกายคุณมีแร่ธาตุโครเมียมในร่างกายต่ำ คุณอาจลองรับประทานสังกะสีเสริมอาหารด้วยเหตุผลบางประการ เพราะสังกะสีจะช่วยทดแทนการขาดโครเมียมได้
แม้โครเมียมจะมีส่วนช่วยในการรักษาโรคเบาหวาน แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการรับประทาน
ไม่ควรรับประทานธาตุโครเมียมร่วมกับแคลเซียมคาร์บอเนตหรือยาลดกรดพร้อมกัน เพราะแคลเซียมอาจไปขัดขวางการดูดซึมของโครเมียมได้
ประโยชน์ของธาตุโครเมียม
ธาตุโครเมียม (Chromium) ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกาย
ช่วยนำโปรตีนไปยังส่วนที่ต้องใช้ในร่างกาย
ช่วยป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและช่วยลดความดันโลหิต
ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
โครเมียมทำงานร่วมกับอินซูลินในกระบวนการเผาผลาญน้ำตาล
มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมดในร่างกาย และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีให้แก่ร่างกาย
โครเมียมพิโคลิเนต (Chromium Picolinate) มีส่วนช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกายและไปช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

slot

ช่วยป้องกันอาการขาดน้ำตาล
ช่วยป้องกันการเกิดภาวะอ่อนล้าหมดเรี่ยวแรงอย่างเฉียบพลัน
ช่วยป้องกันกระดูกเปราะบาง

โดยร่างกายจะเก็บโครเมียมไว้ในร่างกายได้น้อยลงเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น และเกือบ 90% ของผู้ใหญ่โดยทั่วไปยังได้รับโครเมียมไม่เพียงพอต่อร่างกาย ซึ่งการขาดธาตุโครเมียมนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคผนังเส้นเลือดแข็งตัว และโรคเบาหวานได้
แหล่งอาหารที่สามารถพบแร่ธาตุโครเมียม ได้แก่ ไก่ หอยกาบ ตับลูกวัว จมูกข้าวสาลี น้ำมันข้าวโพด บริเวอร์ยีสต์ เป็นต้น โดยหลักประกันที่ดีที่สุดที่คุณจะมั่นใจได้ว่าร่างกายของคุณไม่ได้ขาดแร่ธาตุนี้ คือการรับประทานอาหารให้หลากหลาย ซึ่งจะทำให้คุณได้รับสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นอีกด้วย และการได้รับแร่ธาตุโครเมียมในปริมาณมากเกินไป ในปัจจุบันยังไม่พบว่ามีเป็นอันตรายใด ๆต่อร่างกาย

ประโยชน์ของโครเมียมต่อร่างกาย
Scroll to top