วิธีใช้แคลเซียมกลูโคเนต

องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ยาแคลเซียมกลูโคเนตเป็นยาที่จำเป็นขั้นพื้นฐานของแต่ละประเทศ สำหรับในประเทศไทยนั้นได้บรรจุยาแคลเซียมกลูโคเนตลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมีหลายขนาดความแรง ประชาชนทั่วไปมักคุ้นเคยกับยากลุ่มแคลเซียมชนิดเม็ดสำหรับรับประทานเท่านั้น ซึ่งก็รวมถึงยาแคลเซียมกลูโคเนตด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้ยานี้มากเกินขนาดก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงตามมาได้ ดังนั้น ก่อนการใช้ยานี้จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชก่อนเสมอ และไม่ควรไปหาซื้อยามารับประทานด้วยตนเอง

เครดิตฟรี

ตัวอย่างยาแคลเซียมกลูโคเนต
ยาแคลเซียมกลูโคเนต (ชื่อสามัญ) มีชื่อทางการค้า เช่น แคลซิออน (Calcion), แคลเซียมกลูโคเนต จีพีโอ (Calcium gluconate GPO), แคลเซียมกลูโคเนต ที.โอ. (Calcium gluconate T.O.), คาลฟอร์ต (KAL-forte) ฯลฯ

แคลเซียมกลูโคเนตคือ
รูปแบบยาแคลเซียมกลูโคเนต
ยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 500 มิลลิกรัม/เม็ด
ยาฉีด ชนิด 10% (10 มิลลิลิตร)
ยาเม็ดฟู่ละลายน้ำ ที่ประกอบด้วยเกลือแคลเซียมชนิดอื่น ๆ เช่น แคลเซียมกลูโคเนต (Calcium gluconate) 0.01 กรัม + แคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate) 2.93 กรัม + แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) 0.3 กรัม

สรรพคุณของยาแคลเซียมกลูโคเนต
ใช้ป้องกันหรือบำบัดรักษาผู้ที่ร่างกายขาดแคลเซียม ผู้ที่ได้รับแคลเซียมจากอาหารที่รับประทานตามปกติไม่เพียง หรือผู้ที่มีความต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้น เช่น ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
ใช้ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน
ใช้บำบัดรักษาภาวะร่างกายได้รับเกลือแร่โพแทสเซียมและเกลือแร่แมกนีเซียมในเลือดสูงเกินปกติ
ใช้รักษาภาวะร่างกายได้รับยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium channel blockers) เกินขนาด

สล็อต

ใช้เป็นยาทาภายนอก (ยาใช้ภายนอก) เมื่อผิวหนังไหม้หรือเกิดการระคายเคืองจากการสัมผัสกรดไฮโดรฟลูออริก (Hydrofluoric acid) ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น ใช้เป็นสารละลาย
ใช้รักษาอาการชักเกร็งจากภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำหลังผ่าตัดต่อมไทรอยด์ที่ตัดเอาต่อมพาราไทรอยด์ออกไปด้วย หรือมีอาการชักเกร็งจากภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ
นอกจากนี้ในอดีตทางการแพทย์ยังเคยใช้ยานี้ชนิดฉีดรักษาผู้ที่ถูกแมงมุมแม่หม้ายดำกัดอีกด้วย
กลไกการออกฤทธิ์ของยาแคลเซียมกลูโคเนต
แคลเซียมกลูโคเนตจะมีกลไกการออกฤทธิ์โดยการเข้าไปสร้างสมดุลของเกลือแคลเซียมในกระแสเลือด ทำให้เส้นประสาทกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้อย่างเป็นปกติ นอกจากนี้ร่างกายยังนำแคลเซียมไปใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและนำไปใช้เพื่อคงความสมดุลของเกลือแร่ต่าง ๆ ในเลือดอีกด้วย

ก่อนใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนต
เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาแคลเซียมกลูโคเนต สิ่งที่ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบมีดังนี้

ประวัติการแพ้ยาแคลเซียมกลูโคเนต (Calcium gluconate) หรือยาอื่น ๆ ทุกชนิด รวมทั้งอาการจากการแพ้ยา เช่น ใช้ยาแล้วคลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือแน่น หายใจติดขัด/หายใจลำบาก เป็นต้น
โรคประจำตัวต่าง ๆ ยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง รวมถึงอาหารเสริม วิตามิน และยาสมุนไพรต่าง ๆ ที่กำลังใช้อยู่หรือกำลังจะใช้ เพราะยาแคลเซียมกลูโคเนตอาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่น ๆ ที่รับประทานอยู่ก่อนได้ เช่น
การใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนตร่วมกับยาเหล่านี้ เช่น ยาต้านเชื้อแบคทีเรียกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolones), ยาต้านเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเตตราไซคลีน (Tetracycline) ชนิดรับประทาน, ยาต้านเชื้อรากลุ่มอิมิดาโซล (Imidazole), ยาที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก, ยาที่มีส่วนประกอบของสังกะสี, ไดจอกซิน (Digoxin), เอทิโดรเนต (Etidronate), ไอโซไนอาซิด (Isoniazid), เฟนิโทอิน (Phenytoin) เป็นต้น อาจทำให้ยาแคลเซียมกลูโคเนตมีผลไปรบกวนการดูดซึมของยาเหล่านี้ ทำให้ยาเหล่านี้ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยลง และลดผลการรักษาของยาได้ แต่หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน ควรรับประทานยาแคลเซียมกลูโคเนตให้ห่างจากยาอื่นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ยกเว้นไอโซไนอาซิด (Isoniazid) ที่อาจรับประทานห่างได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
การใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนตร่วมกับยาแอมโลดิปีน (Amlodipine), เซลลูโลสโซเดียมฟอสเฟต (Cellulose sodium phosphate) อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาแอมโลดิปีน/เซลลูโลสโซเดียมฟอสเฟตลดลง หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกันควรปรึกษาแพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณี ๆ ไป
การใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนตร่วมกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (Hydrochlorothiazide) และยาอื่น ๆ ที่ประกอบด้วยแคลเซียม อาจทำให้ระดับความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดเพิ่มสูงขึ้นจนเกิดผลข้างเคียงตามมา หากจำเป็นต้องใช้ร่วม แพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณี ๆ ไป

สล็อตออนไลน์

การใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนตร่วมกับยาไดจอกซิน (Digoxin) อาจทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ แน่นหน้าอก ตาพร่า คลื่นไส้ เป็นลมชัก หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกันต้องให้แพทย์ปรับขนาดการรับประทานยาให้เหมาะเป็นกรณี ๆ ไป
การใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนตร่วมกับยาปฏิชีวนะเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) อาจทำให้เกิดตะกอนผลึกในกระแสเลือด ในปอด หรือในไตได้ โดยเฉพาะกับเด็กทารก
มีความผิดปกติหรือมีประวัติความผิดปกติของร่างกาย ดังนี้
ท้องผูก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะหรือลำไส้
หัวใจเต้นไม่ปกติ
มีภาวะร่างกายขาดน้ำ
มีระดับแคลเซียมในเลือดหรือในปัสสาวะสูง
มีระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงกว่าปกติ
มีปริมาณวิตามินดีในร่างกายสูง
โรคไต เพราะอาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้
โรคซาร์คอยด์ (Sarcoidosis) เพราะแคลเซียมอาจทำให้ไตผิดปกติหรือมีระดับแคลเซียมในเลือดสูง
ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ (Hyperparathyroidism) ซึ่งการได้รับแคลเซียมในผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น
มีการตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เพราะยาหลายชนิดสามารถผ่านรกหรือผ่านเข้าสู่น้ำนมและเข้าสู่ทารก จนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อทารกได้

วิธีใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนต
สำหรับใช้รักษาผู้ที่มีภาวะร่างกายขาดแคลเซียม ในผู้ใหญ่ให้รับประทานยาวันละ 1,000-3,000 มิลลิกรัม โดยแบ่งรับประทาน ในเด็กเล็กถึงเด็กโตให้รับประทานยาวันละ 500-725 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยแบ่งรับประทานทุก ๆ 6-8 ชั่วโมง ส่วนในเด็กทารกหรือเด็กแรกเกิด ให้รับประทานยาวันละ 500-1,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยแบ่งรับประทานทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง
สำหรับใช้รักษาผู้ที่มีภาวะร่างกายขาดแคลเซียมอย่างมาก เช่น มีอาการชักเกร็งจากภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งแพทย์จะใช้ยาฉีดชนิด 10% ฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้า ๆ ในปริมาณ 10 มิลลิลิตร (ควรได้รับยาจากสถานพยาบาลและใช้ยานี้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และที่สำคัญก็คือ ห้ามฉีดยานี้แบบพร่ำเพรื่อ ควรใช้เฉพาะในรายที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเท่านั้น)

slot

คำแนะนำในการใช้ยาแคลเซียมกลูโคเนต
ขนาดยาที่ใช้อาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยานี้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หรือตามที่ระบุไว้บนฉลากยาอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้ยาในขนาดที่น้อยกว่าหรือมากกว่าที่ระบุไว้ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
สำหรับยาเม็ดให้รับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือหลังอาหาร และควรรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกครั้ง
หากกำลังรับประทานยาอื่นอยู่ ให้รับประทานยานี้ห่างจากยาอื่นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
อย่ารับประทานยานี้ภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงในปริมาณมาก ๆ เช่น ข้าวกล้อง ขนมปัง ธัญพืช ผลไม้สดที่มีเส้นใย
ควรดื่มน้ำวันละหลาย ๆ แก้ว เพื่อลดอาการท้องผูกจากแคลเซียม (ยกเว้นในผู้ป่วยโรคไตซึ่งต้องจำกัดการดื่มน้ำ)
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน (เช่น กาแฟ) ในระหว่างการใช้ยานี้ เนื่องจากจะทำให้ตัวยาถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง

ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีแคลเซียม รวมทั้งแคลเซียมกลูโคเนตในปริมาณมาก ๆ เพราะอาจจะทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงได้
ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งการใช้ยาของแพทย์ได้ อีกทั้งยาแคลเซียมกลูโคเนตก็สามารถนำไปใช้รักษาภาวะหรืออาการได้หลากหลาย ซึ่งก็จะมีขนาดและระยะเวลาในการใช้ที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การใช้ยาให้ถูกต้องและเหมาะสมจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
หากพบอาการผิดปกติรุนแรง ควรไปพบแพทย์ในทันที เช่น ท้องผูกรุนแรงหรือต่อเนื่อง ปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง อ่อนเพลียมากผิดปกติ ง่วงซึมหรือมึนงง สับสน เพ้อ ไม่รู้สึกตัว เป็นต้น

วิธีใช้แคลเซียมกลูโคเนต
Scroll to top