แนะนำวิธีทำแป้งร่ำ

หากใครที่ได้ติดตามดูละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส จะเห็นว่าตอนหนึ่งคุณหญิงจำปา มีการสอน แม่หญิงการะเกด ให้ทำ “แป้งร่ำ” หรือเครื่องประทินโฉมของหญิงไทยในสมัยก่อน ซึ่งเชื่อว่าหลังจากที่ได้ชมแล้วหลายคนคงจะอยากรู้ว่า แป้งร่ำ คืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร และมีวิธีการทำอย่างไรกันบ้าง ?

เครดิตฟรี

เริ่มต้นจักกล่าวถึงภูมิรู้ในการปรุงเครื่องหอมแลเวชปฏิบัติเพื่อความสบาย อันนำมาซึ่งความงามทั้งภายนอกกายทั้งภายในกาย คือใจให้สบายแลบำรุงราศีให้ปรากฎขึ้นกรรมวิธี แลสูตรตำรับเหล่านี้ประดิษฐ์ขึ้นมาจากองค์ความรู้ทางเวชกรรมและเภสัชกรรมในราชสกุลแพทย์หลวง “ทินกร” แต่ครั้งสำนักหมอหลวงในพระบรมมหาราชวังหลวงที่กรุงเทพฯ สิ่งของหอม กายหอม ใจหอม นำมาซึ่งสุขภาพกายที่งามใจที่สบายทั้งสิ้นเพื่อความไม่ป่วยในผู้ไม่เจ็บเทียบได้กับคำว่า Wellness ในปัจจุบันนี้

โดยจะกล่าวนำถึงการปรุงเครื่องหอมเพื่อใช้ในการเวชปฏิบัติ ของหอมนั้นทำให้หัวใจชุ่มชื่นเป็นองค์ความรู้ทางนามโดยการใช้สุคนธบำบัดเข้ามาช่วย การอบแป้งร่ำเพื่อใช้ในการขัดผิว การตกแต่งผิวกายให้ผ่อง น้ำลอยดอกไม้หอมเพื่อใช้เข้าสำรับปรุง การอบร่ำผ้าผ่อนเพื่อให้มีกลิ่นจรุงใจ กลิ่นหอมเหล่านี้จักเข้าไปในใจให้ใจสบาย เป็นเผดิมก่อนจะเวชปฏิบัติในขั้นตอนต่าง ๆ เริ่มที่เส้นผม ไปผิวกาย ท้ายที่ผิวหน้า ให้ความผ่องใสราศีจักบังเกิด ผิวภายนอกกายจะงาม เส้นผมจะสลวยหอมรัญจวน ผิวหน้าจะงามใสไร้ราคีมาแปดเปื้อน ใจก็จักสบาย กายก็จักงาม ใจสบาย ความป่วยไข้ถ้ามีก็บรรเทาลงด้วยใจ แต่ถ้าไม่ป่วยไข้ความสบายนั้นย่อมทำให้ห่างหายเพราะกายใจแข็งแรงพร้อม ถ้าไม่ป่วยควรจะงามพร้อม ป่วยไข้แล้วก็พึ่งจะงามใจจากงามกาย การปรุงสำรับและขั้นตอนการเวชปฏิบัติที่จะบรรยายต่อไปนี้ผู้ปรุงผู้กระทำเวชต้องทำให้ครบตามสำรับ ปฏิบัติให้ครบทุกขั้นตอน ห้ามขาด ห้ามข้าม ห้ามเกิน !

ทั้งนี้ แป้งร่ำ นั้นหมายถึง แป้งที่มีน้ำหอมเจือแทรก นำมาร่ำตามเนื้อตัวให้หอมกรุ่นติดผิวเนื้อผิวกายจะย่างจะเยื้องเป็นได้กลิ่นติดจมูกกับผู้อยู่ใกล้ ใช้ผัดหน้าผัดผิวให้ขาวผ่องหอมละไม ชาววังแต่นานมาท่านปรุงแป้งร่ำไว้ใช้เองแลจำเป็นต้องใช้ ด้วยจะขึ้นเฝ้าเจ้านายจำต้องมีกลิ่นสะอาดแลผิวต้องหมดจดสดชื่น แม้เมื่อลุกออกจากที่ไปแล้ว แผ่นกระดานพื้นที่สาวชาววังนั่งอยู่นั้นยังติดกลิ่นหอมไปจนถึงเนื้อกระดานดั่งที่มาของคำว่า “หอมติดกระดาน” นั่นเอง

ตกมาถึงยุคนี้มีรองพื้นขายกันเกลื่อนกลาด แป้งร่ำค่อย ๆ สูญหายหมดสิ้นไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน หากมีผู้ค้นคิดต่อยอดของโบราณนำแป้งร่ำมาขยับใส่ตลับเติมสีสันให้เข้ากับผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ เช่น ฝางเสนทำให้สีออกอมแดง ก้านดอกกรรณิการ์ทำให้มีสีออกอมเหลือง กลิ่นแบบไทย ๆ สุขุมนุ่มลึกไม่ฉุนเฉียวไป อาจขายได้ขายดิบขายดีก็เป็นได้

จึ่งขอคัดวิธีทำแป้งร่ำไว้เผื่อมีผู้ค้นคิดพัฒนาต่อยอด เป็นการช่วยผดุงรักษาสมบัติของชาติไว้ได้อีกชิ้นดั่งจักแจ้งนี้

สล็อต

วิธีอบ “แป้งร่ำกระแจะจันทร์”

เครื่องปรุงที่ต้องตระเตรียม

  1. แป้งหินหรือแป้งนวล ทำมาจากดินขาว เป็นเม็ดสีขาวไม่มีกลิ่น แนะนำให้ซื้อที่ร้านถาวรธนสาร แถวสำเพ็ง
  2. น้ำอบไทย เครื่องหอมที่เป็นน้ำ แนะนำให้ใช้น้ำอบแท้ตรานางลอยดีที่สุด
  3. น้ำดอกไม้ น้ำที่ผ่านการลอยดอกไม้หอมมาชั่วคืน ผ่านการอบต่อด้วยเทียนหอมแล้ว จึ่งได้น้ำดอกไม้
  4. ชะมดเช็ด ไขของตัวชะมดราคาแพงมากต้องนำมาสะตุให้สิ้นฤทธิ์เสียก่อน จึ่งนำมาใช้ได้ ซื้อได้ที่ บริษัท ภูลประสิทธิ์ จำกัด
  5. พิมเสนอย่างดี ต้องเป็นพิมเสนจากต้นพิมเสนมิใช่พิมเสนสังเคราะห์ ซื้อได้ที่ ร้านโพธิ์ประดิษฐ์ แถววัดสระเกศ
  6. ผิวกำยาน เป็นยางไม้จากต้นกำยานมีกลิ่นหอมมาก ซื้อได้ที่เดียวกันกับพิมเสน

สล็อตออนไลน์

  1. ผิวมะกรูด ด้วยต้องการน้ำมันหอมระเหยที่แทรกอยู่ในเนื้อผิวมะกรูด
  2. น้ำตาลทรายแดง ด้วยต้องการความหอมหวานของอ้อยแลเป็นเชื้อให้เกิดความร้อนเวลาอบเครื่องกระแจะ
  3. หัวน้ำดอกไม้เทศ ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดอกกุหลาบมอญ ซื้อได้ที่ร้านถาวรธนสาร
  4. สี สีเหลืองส้ม จากก้านดอกกรรณิการ์, สีอมแดง จากฝางเสนต้มเคี่ยว, สีเขียว จากใบเนียมหอมคั้นน้ำ

เครื่องใช้สำหรับอบกระแจะจันทร์

  1. โถเคลือบ
  2. เชิงตะคันแลตะคัน
  3. โกร่งบดยา
  4. เตาอั้งโล่

วิธีปรุงแป้งร่ำ รอบที่ 1 การอบควันเทียน

  1. นำแป้งนวลออกผึ่งแดดให้จางกลิ่นสาบดินเสียก่อน
  2. วางเชิงตะคันกลางโถเคลือบ
  3. ติดเทียนอบใต้ฝาโถเคลือบ
  4. โรยแป้งนวลลงในโถเคลือบให้กระจายทั่วกันรอบ ๆ เชิงตะคัน
  5. ติดเชื้อไฟที่เทียนอบแล้วดับปิดฝาให้ควันเทียนคลุ้งกระจายภายในโถ ทำแบบนี้ 3 รอบจึ่งแล้ว
  6. นำเทียนอบออกจากฝาแลปิดฝาให้สนิทใช้ผ้าชุบน้ำปิดรอบโถกันกลิ่นออก

slot

วิธีปรุงแป้งร่ำ รอบที่ 2 การอบกระแจะหอม

  1. ผสมเครื่องอบเข้าด้วยกันมี น้ำตาลทรายแดง 1 ส่วน/ผิวกำยานตำละเอียดกึ่งส่วน/ผิวมะกรูดหั่นฝอยหนึ่งในสามส่วน
  2. เผาตะคันในเตาอั้งโล่จนร้อนจัด
  3. นำวางบนเชิงตะคัน แล้วหยอดเครื่องอบ ปิดฝาให้ดีใช้ผ้าชุบน้ำปิดรอยต่อฝาโถกับตัวโถ
  4. นำตะคันใหม่ไปเผาไฟจนร้อนจัดเพื่อสับเปลี่ยนกับตะคันเก่าในโถ
  5. แล้ววนทำกลับดุจเดิมให้ได้ถึงห้ารอบอบจึ่งแล้ว

วิธีปรุงแป้งร่ำ รอบที่ 3 การอบค้างดอกไมัหอม

  1. เมื่อโถอบเย็นตัวลงเข้าพลบค่ำนำดอกไม้หอมประดามีหาได้โปรยลงในโถแต่พองาม
  2. ปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ชั่วหนึ่งคืน พอตะวันเริ่มแจ้งให้รีบนำดอกไม้ออกจากโถเสีย

วิธึปรุงแป้งร่ำ รอบที่ 4 การเข้าเครื่องหอม

  1. นำพิมเสนดีแลหญ้าฝรั่นแยกกันยีให้ละเอียดแล้วนำมาผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. นำชะมดเช็ดที่สะตุแล้วแทรกผสมในข้อที่ 1 แล้วยีจนเข้ากัน
  3. นำแป้งร่ำที่อบค้างแล้วมาบดละเอียดในโกร่งบดยา
  4. นำเครื่องหอมดั่งข้อสองผสมลงไปในเนื้อแป้งเติมน้ำอบไทยเติมน้ำดอกไม้เทศลงไป
  5. ยีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวออกเหลว ๆ จึ่งแล้วเสร็จ

วิธีปรุงแป้งร่ำ รอบที่ 5 การอบหอมซ้ำ

  1. นำเชิงตะคันวางในโถเคลือบแล้วเทแป้งเหลวที่ได้รอบ ๆ เชิงตะคัน
  2. ทำซ้ำดั่งรอบที่ 2 อีกห้ารอบ
  3. ทำซ้ำดั่งรอบที่ 3 ปิดฝาโถทิ้งไว้ กึ่งชั่วยาม (ประมาณ 2 ชั่วโมง) ให้เสร็จในกาลเช้า

วิธีหยอดแป้งร่ำเหลว

  1. ตักแป้งร่ำเหลวที่อบซ้ำแล้วในกรวยทองแดง
  2. หยอดแป้งร่ำลงบนผ้าต่วนเนื้อมันละเอียดเป็นจุด ๆ
  3. นำผึ่งลมไว้ในที่อับ เช่น กำปั่นเหล็ก จนแห้งสนิท
  4. เมื่อแห้งแล้วเพียงพลิกผ้าต่วนอย่างเบามือ แป้งร่ำจักร่วงหล่นลงมาเอง

วิธีเก็บความหอมของแป้งที่ร่ำแล้วให้หอมยิ่ง

  1. นำแป้งที่ร่ำแล้วใส่โถแก้วใสที่มีฝาปิดมิดชิด
  2. ยามพลบค่ำนำดอกไม้หอม (แนะนำให้ใช้เพียงกลีบกุหลาบ) วางไว้ในโถ พอเริ่มแจ้งนำออก
  3. ทำดั่งนี้ทุกคืนไป
แนะนำวิธีทำแป้งร่ำ
Scroll to top