Day: April 23, 2021

ข้อควรรู้เกี่ยวกับไลซีน

ไลซีน (Lysine) คือหนึ่งในกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากสารอาหารอื่น ๆ โดยกรดอะมิโนชนิดนี้มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยสร้างโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกาย ร่างกายจึงต้องการกรดอะมิโนนี้เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน เอนไซม์ต่าง ๆ รวมไปถึงการซ่อมแซมเนื้อเยื่อด้วย เครดิตฟรี ไลซีน พบได้ใน เนื้อสัตว์ ปลา นม ไข่ ชีส ยีสต์ ถั่วลิมา ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง รวมไปถึงอาหารที่มีโปรตีนสูงทุกชนิดคนส่วนใหญ่ได้รับกรดอะมิโนชนิดนี้ที่เพียงพออยู่แล้วในอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่สำหรับผู้เป็นมังสวิรัติอาจมีความเสี่ยงที่ร่างกายจะขาดไลซีนได้ หากร่างกายได้รับโปรตีนชนิดนี้ไม่เพียงพอ เราสามารถรับรู้ถึงสัญญาณบางอย่างของการขาดไลซีน อย่างเช่น การเป็นโรคโลหิตจาง อาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาจทำให้เกิดโรคนิ่วในไตประโยชน์ของไลซีนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายมีส่วนในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกายช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกายช่วยให้ร่างกายนำกรดไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงานช่วยเสริมสร้างสมาธิให้ดียิ่งขึ้นมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมช่วยปรับสมดุลของระดับไนโตรเจน ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงช่วยป้องกันและรักษาโรคกระพรุนช่วยรักษาและบรรเทาปัญหาด้านการสืบพันธุ์บางประการช่วยลดความถี่และป้องกันการเกิดโรคเริมหรือตุ่มใสที่ริมฝีปากมีส่วนช่วยรักษาโรคงูสวัดช่วยรักษาเด็กส่าไข้ช่วยรักษาอาการจากหัวใจขาดเลือด สล็อต คำแนะนำเกี่ยวกับไลซีนผู้สูงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศชาย ร่างกายจะต้องการไลซีนมากกว่าผู้ที่อายุน้อยสำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อย มีอาการเบื่อ ไม่มีสมาธิ มีอาการตาแดงเพราะเส้นเลือดฝอยแตก หรือมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน หรือผมร่วง หรืออยู่ในภาวะโลหิตจาง มีความเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุณอาจขาดไลซีนแอลไลซีน (L-Lysine) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายทั้งแบบเป็นเม็ดและแคปซูลในขนาดประมาณ 500 […]

ฟีนิลอะลานีนคืออะไร

ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็น เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารที่รับประทาน เครดิตฟรี ฟีนิลอะลานีนเป็นสารสื่อประสาทหรือสารเคมีที่ช่วยส่งผ่านสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทและสมอง เมื่อเข้าสู่ร่างกายมันจะเปลี่ยนเป็นนอร์เอพิเนฟรินและโดพามีน ที่เป็นสารสื่อประสาทประเภทตื่นตัว ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความตื่นตัวและความกระฉับกระเฉงฟีนิลอะลานีนเป็นโครงสร้างครึ่งหนึ่งของสารที่ให้ความหวานแอสพาร์แตม (ฟีนิลอะลานีนจะรวมเข้ากับกรดแอสพาร์ติก) ซึ่งพบได้ในน้ำอัดลมประเภทที่ปราศจากน้ำตาลเกือบทุกชนิด และยังพบได้ในยาลดความอ้วนบางชนิดและอาหารอีกด้วยแหล่งอาหารที่สามารถพบฟีนิลอะลานีนได้แก่ อาหารที่มีโปรตีนสูงทุกประเภท ไส้ขนมปัง คอตเทจชีส ผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลือง นมผงขาดมันเนย ถั่วลิสง ถั่วลิมา อัลมอนด์ เมล็ดงา ฟักทอง เป็นต้นประโยชน์ของฟีนิลอะลานีนฟีนิลอะลานีนมีส่วนช่วยเพิ่มความจำช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าช่วยเพิ่มความตื่นตัว เพิ่มความกระฉับกระเฉงช่วยเพิ่มความสนใจในเรื่องเพศช่วยลดความอยากอาหารคำแนะนำในการรับประทานฟีนิลอะลานีนฟีนิลอะลานีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมักมีวางจำหน่ายในรูปแบบเม็ดในขนาดประมาณ 250 – 500 มิลลิกรัมร่างกายจะนำฟีนิลอะลานีนไปใช้ไม่ได้หากขาดวิตามินซีเพื่อช่วยระงับอาการอยากอาหาร คุณควรรับประทานก่อนมื้ออาหารประมาณ 1 ชั่วโมงพร้อมน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก็ได้เพื่อช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉง คุณควรเลือกรับประทานระหว่างมื้ออาหารหรือในขณะที่ท้องว่างพร้อมกับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก็ได้คุณไม่ควรรับประทานฟีนิลอะลานีนพร้อมกับโปรตีนอื่นก่อนที่คุณจะตัดสินใจไปรับประทานยาคลายเครียดหรือยาแก้ซึมเศร้า คุณควรลองรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารฟีนิลอะลานีนซึ่งช่วยบำรุงอารมณ์ตัวนี้ดูก่อนฟีนิลอะลานีนจะไม่ทำให้คุณติดมันเหมือนยาเสพติด แต่มันก็มีข้อเสียอย่างหนึ่งนั่นก็คือ มันอาจจะทำให้ความดันโลหิตของคุณสูงขึ้นได้ ดังนั้นหากคุณมีความดันโลหิตสูงหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ ก่อนการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวนี้คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อความมั่นใจ แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงก็สามารถรับประทานฟีนิลอะลานีนได้ แต่ต้องรับประทานหลังอาหาร (แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ให้มั่นใจก่อนจะดีที่สุด)หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนัง และผู้ป่วยที่เป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) หรือโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องของเมแทบอลิซึม ห้ามรับประทานฟีนิลอะลานีนเสริมอาหารเด็ดขาด สล็อต ดีแอล-ฟีนิลอะลานีน (DL-Phenylalanine : DLPA)ดีแอล-ฟีนิลอะลานีน (DL-Phenylalanine) เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของฟีนิลอะลานีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็น โดยมีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ครึ่งหนึ่ง (D) […]

ประโยชน์ของกรดอะมิโน

กรดอะมิโน (Amino acid) คือ หน่วยเล็ก ๆ ของ โปรตีน ถ้าไม่มีกรดอะมิโนก็จะไม่มีโปรตีน โดยกรดอะมิโนที่เรารู้จักคุ้นเคยกันจะมีอยู่ด้วยกันประมาณ 20 ชนิด ซึ่งเป็นกรดอะมิโนมาตรฐาน แต่ในความเป็นจริงแล้วกรดอะมิโนจะมีมากกว่านั้น โดยกรดอะมิโนจะแบ่งออกเป็นกรดอะมิโนจำเป็นและกรดอะมิโนไม่จำเป็น เมื่อเรารับประทานโปรตีนเข้าไป ร่างกายก็จะย่อยโปรตีนเหล่านั้นให้เป็นกรดอะมิโนก่อนที่จะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้วนำไปใช้ประโยชน์ แต่ถ้าร่างกายได้รับกรดอะมิโนมากเกินไป ก็จะขับออกมาทางเหงื่อหรือปัสสาวะจนหมด มีกรดอะมิโนเพียง 8 ชนิดเท่านั้นที่ถือว่าเป็นกรดอะมิโนจำเป็น เพราะร่างกายจะไม่สามารถขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารเสริม และยังมีกรดอะมิโนจำเป็นตัวที่ 9 ที่มีชื่อว่าฮิสทิดีนซึ่งจัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็นเฉพาะในเด็กและทารกเท่านั้น ส่วนกรดอะมิโนไม่จำเป็นนั้นร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ เครดิตฟรี กรดอะมิโนไม่จำเป็นกรดกลูตามิก (Glutamic acid) หน้าที่หลักคือเป็นเชื้อเพลิงให้แก่สมอง ช่วยจัดการกับแอมโมเนียส่วนเกินกรดแอสพาร์ติก (Aspartic acid) ช่วยในการขับแอมโนเมียซึ่งเป็นสารอันตรายออกจากร่างกาย ช่วยปกป้องระบบประสาทส่วนกลาง และยังช่วยเพิ่มความทนทานต่อการเหนื่อยล้าได้ด้วย จึงเหมาะกับนักกีฬาเป็นอย่างมากกลูตามีน (Glutamine) เป็นส่วนหนึ่งของกลูต้าไธโอน มีส่วนช่วยให้ฉลาดขึ้น และช่วยเพิ่มระดับของโกรทฮอร์โมนไกลซีน (Glycine) ช่วยรักษาภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อย รักษาโรคกล้ามเนื้อฝ่อลีบ รักษาภาวะน้ำตาลต่ำซิสเทอีน (Cysteine) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีความจำเป็นสำหรับทารกและผู้สูงอายุ*เซรีน (Serine) ช่วยเผาผลาญไขมัน […]

ประโยชน์ของน้ำมันปลา

น้ำมันปลา หรือ ฟิชออยล์ (Fish Oil) คือ น้ำมันที่สกัดมาจากส่วนของเนื้อปลา หนัง หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึก (โดยเฉพาะปลาในเขตหนาว ถ้าปลาทะเลทั่วไปจะได้สารสำคัญน้อยกว่าปลาทะเลที่อยู่ในกระแสน้ำเย็น) ในน้ำมันปลานี้จะมีกรดไขมันอยู่หลายชนิด แต่ชนิดที่สำคัญและมีการนำมาใช้ในทางการแพทย์ คือ กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 และ​กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-6 แต่กลุ่มที่สำคัญที่สุดคือกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 เนื่องจากมีกรดสำคัญอยู่ 2 ชนิด คือ EPA (Eicosapentaenoic Acid) และ DHA (Docosahexaenoic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ และจำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น เครดิตฟรี สำหรับแหล่งอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่สำคัญและเราคุ้นเคยดีก็คือ “ปลา” ครับ โดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาแอนโชวี่ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคเคอเรลปลาไวท์ฟิช ปลาบลูฟิช ปลาชอคฟิช ปลานิลทะเล ปลาดุกทะเล ฯลฯ รวมไปถึงหอยกาบ หอยนางรม หอยพัด กุ้ง ปลาหมึก […]

ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา

น้ำมันตับปลา จัดเป็นอาหารเสริมชนิดแรก ๆ ที่ได้เข้ามามีบทบาทในวงการสุขภาพของไทยมาหลายปีแล้ว ซึ่งถ้าพูดถึงน้ำมันตับปลาแล้ว หลาย ๆ คงก็พอจะคุ้นหูกันบ้างแหละ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำมันตับปลามันคืออะไร มันมีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไร มีโทษมีผลเสียอะไรหรือไม่ แล้วมันแตกต่างกับน้ำมันปลายังไง แล้วที่สำคัญมันใช้ได้ผลดีจริงหรือไม่ ? วันนี้เราจึงได้นำเรื่องราวของน้ำมันตับปลามาฝากเพื่อน ๆ เพื่อเป็นเกร็ดความรู้กันครับ เครดิตฟรี น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดหนึ่งที่มีสารพัดยี่ห้อไม่ว่าจะอยู่ใรูปของซอฟต์เจล แคปซูล หรือน้ำก็ตาม โดยสกัดมาจากตับของปลาทะเล ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญหรือวิตามินที่สำคัญนั่นก็คือวิตามินเอและวิตามินดี โดยนิยมใช้ในเด็กและวัยทั่วไปเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูกและช่วยเสริมสุขภาพ การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมนั้นจะได้รับประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการรับประทานในปริมาณมากเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ และสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากมีปริมาณของวิตามินเอสูง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเด็กทารกในครรภ์ได้ น้ํามันตับปลากับน้ํามันปลา ต่างกันอย่างไร แล้วมันเหมือนกันหรือไม่ ? น้ำมันตับปลาสกัดมาจากตับของปลาทะเลตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนน้ำมันปลา (Fish oil) นั้นเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากหัว หนัง เนื้อ และหางของปลาทะเล และยังมีความแตกต่างในเรื่องของคุณค่าทางอาหารอีกด้วย โดยน้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามิดี ส่วนน้ำมันปลานั้นจะอุดมไปด้วยโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 สรุปก็คือมันไม่เหมือนกันครับ และประโยชน์ก็แตกต่างกัน โทษของน้ำมันตับปลา : ประโยชน์ของน้ำมันตับปลาการรับประทานน้ำมันตับปลาในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดพิษจากวิตามินเอได้ เช่น […]

ประโยชน์ของนม

นม หรือ น้ำนม (Milk) คือ ของเหลวสีขาวที่มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กหรือสัตว์เกิดใหม่ ที่ผลิตออกมาจากเต้านมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น มนุษย์ วัว แพะ แกะ ควาย ม้า ลา อูฐ จามรี เรนเดียร์ ลามา แมวน้ำ และยังรวมไปถึงเครื่องดื่มที่ใช้แทนนมด้วย เช่น นมถั่วเหลือง น้ำนมข้าว นมข้าวโพด นมอัลมอนด์ เป็นต้น นมเหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารในนมมาสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา และสำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรดื่มนมที่มีแคลเซียมสูง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระดูกทั้งมารดาและทารกในครรภ์ และนมเปรี้ยวยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ ขับถ่ายสะดวก ป้องกันอาการท้องผูก ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานนมพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนย และควรหลีกเลี่ยงนมที่มีรสหวาน เครดิตฟรี สำหรับวัยเด็ก (อายุ 1-12 ปี) ควรดื่มนม 3 แก้วต่อวัน แต่ถ้าเป็นวัยหนุ่มสาว (13-25 ปี) ควรดื่มนมวันละ 3-4 แก้ว และสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป […]

Scroll to top