การดูดไขมันส่งผลอย่างไร

การดูดไขมันไม่ใช่การลดความอ้วน เพราะว่าการดูดไขมันไม่สามารถช่วยลดน้ำหนักของร่างกายได้ เพียงแต่ช่วยกระชับและปรับรูปร่างให้มีความเหมาะสมเท่านั้น ซึ่งการดูดไขมันนี้เหมาะกับ

เครดิตฟรี

1.สุขภาพร่างกายแข็งแรง
คนที่ต้องการทำการดูด ไขมันส่วนเกิน จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในขณะหรือหลังจากการดูดไขมัน
2.ร่างกายมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์
ผู้ที่ต้องการทำการดูดไขมันจะต้องมีค่า BMI อยู่ระหว่าง 18-25 จึงจะสามารถทำการดูดไขมันได้ โดยที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
3.สุขภาพจิตใจเข้มแข็ง
ผู้ที่ทำการดูดไขมันต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการดูดไขมันไม่สามารถขจัดไขมันออกจากร่างกายได้ทั้งหมด หรือสามารถช่วยให้รูปร่างดีได้ตลอดกาล เพราะว่าเมื่อทำการดูดไขมันแล้ว ถ้าร่างกายได้รับอาหารมากเกินความต้องการของร่างกายเข้าไป ไขมันก็สามารถที่กลับมาสะสมได้อีก
4.ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำการดูดไขมันออกจากร่างกายได้ จะต้องมีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันส่วนเกิน
เมื่อมีคุณสมบัติตามที่ได้กล่าวมาแล้ว คุณก็สามารถที่จะทำการดูดไขมันได้ ซึ่งก่อนที่จะทำการดูดไขมันจะต้องมีการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ดังนี้

  1. ตรวจเช็คร่างกาย ก่อนที่จะทำการดูดไขมัน จะต้องทำการตรวจเช็คร่างกาย เช่น การตรวจเลือด การหาความเข้มข้นของเลือด ปริมาณเกล็ดเลือด การตรวจคลื่นหัวใจ การแฝงของเชื้อที่อยู่ภายในร่างกายในกรณีที่มีพาหะของโรคบางชนิด ตรวจระบบการทำงานของตับ ไต สำหรับผู้ที่มีอายุสูงจะต้องมีการตรวจการแข็งตัวของเลือดด้วย
  2. เสริมความแข็งแรงของร่างกาย ก่อนที่จะทำการดูดไขมันจะต้องทำการรับประทานอาหารเสริม ประเภทวิตามิน ธาตุเหล็ก ก่อนที่จะเข้ารับการดูดไขมันประมาณ 2-4 สัปดาห์
  3. งดสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่ที่ต้องการทำการดูดไขมันจะต้องหยุดสูบบุหรี่ก่อนการดูดไขมัน อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  4. ลดน้ำหนัก สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานจะต้องทำการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำการดูไขมันได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อน และสำหรับผู้ที่มีพุงขนาดใหญ่จะต้องมีการใส่ชุดรัดลำตัว ( Garment Support ) ก่อนเพื่อสร้างความเคยชินในการใส่ผ้ารัดหลังจากทำการดูดไขมัน และลดขนาดของกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงได้อีกด้วย

สล็อต

ขั้นตอนการดูดไขมันส่วนเกิน
การเตรียมความพร้อมของร่างกาย สำหรับบางคนอาจจะมีมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์ที่ทำการผ่าตัดจะเป็นผู้วินิจฉัยและชี้แจงให้กับผู้เข้ารับการดูดไขมันทราบ เมื่อเตรียมความพร้อมตามกำหนดเวลาแล้ว แพทย์จะทำการดูดไขมันตามขั้นตอนดังนี้
1.ทำความสะอาด แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญการดูดไขมันจะทำความสะอาดที่บริเวณที่จะทำการผ่าตัดและบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงด้วยการล้างด้วยสบู่ยา

  1. ทำการกำหนดจุดที่จะทำการดูด ไขมันส่วนเกิน
    3.ให้ยาชาหรือดมยาสลบแก่ผู้ที่เข้ารับการดูดไขมัน ซึ่งนอกจากยาชาและยาสลบแล้วในบางรายจะต้องให้ยาคลายเครียด เพื่อลดความวิตกของผู้เข้ารับการดูดไขมันด้วย
    4.ทำการเปิดแผล ซึ่งแผลที่เปิดเพื่อทำการดูดไขมันจะมีขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร ไว้ประมาณ 15 นาที
    5.ทำการใส่น้ำยาผ่านทางแผลที่เปิดไว้ และเริ้มขั้นตอนการใช้เครื่องมือในการสลายไขมันด้วยการตี จนไขมันมีการแตกตัว
    6.ทำการดูดไขมันที่แตกตัวแล้วออกมาด้วยเครื่องดูดที่มีแรงในการดูดต่ำ ลักษณะของไขมันที่ดูดออกมาได้จะมีมีน้ำปนออกมาด้วย
    7.ทำการดูดจนไขมันออกตามปริมาณที่ต้องการ
    8.ทำการปิดแผลด้วยการทากาวปิดแผล และใช้ผ้าพันแผลปิดทับอีกครั้ง หลังจากที่ปิดแผลแล้วผู้ทำการดูดไขมันจะต้องใส่ชุดรัดที่บริเวณที่ทำการดูดไขมันด้วย
    เมื่อทำการดูดไขมันเสร็จเรียบร้อย ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะมีอาการบวมอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากการดูดไขมัน และอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง และประมาณ 2 สัปดาห์ร่างกายจะเข้าสู่สภาวะปกติ และอาการที่เกิดขึ้นจะหายภายใน 6 สัปดาห์หลังจากการดูดไขมัน

หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อทำการดูดไขมันจะสามารถช่วยลดน้ำหนักให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ว่าที่จริงแล้วไขมันที่ทำการดูดออกมาเป็นไขมันที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวของร่างกาย ไม่ใช่ไขมันที่สะสมอยู่ภายในร่างกายทั้งหมด ดังนั้นการดูดไขมันจะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันมีไขมันสะสมอยู่ที่บริเวณใต้ผิวหนังมากกว่าไขมันที่สะสมอยู่ในอวัยวะของร่างกายหรือไม่ ถ้าปริมาณไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังมากกว่าการดูดไขมันจะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่ถ้าปริมาณไขมันที่สะสมอยู่ตามอวัยวะ เช่น เส้นเลือด ตับ ไต กระดูก ปอด หัวใจ มากกว่าการดูดไขมันออกมาก็ไม่สามารถช่วยลดน้ำหนักตัวได้ ช่วยได้เพียงแต่กระชับรูปร่างให้ดูดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้นก่อนที่จะทำการดูดไขมันควรปรึกษาแพทย์ถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการดูดไขมันเสียก่อน ซึ่งเมื่อดูดไขมันออกมาแล้วไขมันที่ทำการดูดออกมานั้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกไม่จำเป็นที่จะต้องทำไปกำจัดทิ้งเพียงอย่างเดียว ซึ่งการนำไขมันสามารถนำไปใช้ต่อได้ดังนี้

สล็อตออนไลน์

ประโยชน์จากไขมันส่วนเกิน
1.นำไปเสริมใบหน้า
ไขมันส่วนเกินที่อยู่ใต้ผิวสามารถนำไปฉีดเข้าสู่บริเวณที่ไขมันเกิดการฝ่อตัวและยุบตัวลง เพื่อช่วยให้ผิวหนังส่วนนั้นเต่งตึงส่งผลให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น หรือนำไปฉีดเพื่อสร้างใบหน้าให้มีรูปร่างตามที่ต้องการ เช่น เพิ่มแก้มให้อิ่ม ลดรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ เป็นต้น
2.เสริมขนาดของเต้านม
การเสริมขนาดของเต้านมนอกจากจะใส่ถุงเต้านมเทียมแล้ว สามารถนำ ไขมันส่วนเกิน ที่มีอยู่ในร่างกายไปฉีดเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น
3.แก้ปัญหารอยแผลเป็น
การฉีดไขมันไปที่บริเวณที่มีรอยแผลเป็นบุ๋มลึกลงไป จะสามารถช่วยลดขนาดรอยของแผลเป็นให้ตื้นขึ้น ส่งผลให้รอยแผลเป็นสังเกตเห็นได้ยาก
ซึ่งการนำไขมันที่ทำการดูดออกมาจากร่างกายมาใช้ จะไม่สามารถนำมาใช้ได้ในทันที แต่ไขมันจะต้องไปผ่านกรรมวิธีการเตรียมไขมันก่อนที่จะนำมาใช้ได้ เช่น การปั่น การกลั่น การกรอง การทิ้งไว้ให้แยกชั้น เพื่อให้ได้ไขมันที่มีคุณภาพสูงสามารถนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกาย ถึงแม้ว่าไขมันที่ทำการคัดแยกออกมาแล้วจะสามารถทำการเก็บรักษาไว้ใช้ในครั้งต่อไปได้ แต่อัตราการรอดของไขมันที่นำมาใช้ก็มีน้อยมาก ดังนั้นการนำไขมันมาใช้ในการเสริมและแก้ไขปัญหามักจะใช้ในทันทีมากกว่าเก็บรักษาไว้ใช้ในอนาคต

การปฏิบัติตนหลังฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกาย
เมื่อได้ไขมันที่มีคุณภาพสามารถนำมาฉีดเข้าสู่ร่างกายได้แล้ว แพทย์จะใช้เข็มฉีดยาที่มีขนาดเล็กและต่อกับเข็มที่มีลักษณะปลายทู่ ทำการฉีดสารที่มีลักษณะเป็นร่างแห ไม่ทำการฉีดเป็นก้อน ๆ เข้าสู่ร่างกาย เพราะจะทำให้ไขมันเข้าไปอยู่กันเป็นกลุ่ม และส่งผลให้ผิวหนังมีลักษณะที่ขรุขระ ซึ่งการฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายจะต้องระวังภาวะที่เลือดไม่แข็งตัวหรือในคนที่มีการรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งก่อนที่จะทำการฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายจะต้องทำการแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง และหลังจากที่ทำการฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายแล้วจะต้องปฏิบัติตนดังนี้

1.ห้ามนวดหรือคลึงบริเวณที่ทำการฉีดไขมันเข้าไป
2.งดสูบบุหรี่หรืออยู่ในที่มีควันบุหรี่
3.งดทานยาที่มี่สรรพคุณในการลดน้ำหนัก
4.งดออกกำลังกายหลังจากฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายอย่างน้อย 2 สัปดาห์

slot

การฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะเป็นการเสริมขนาดของอวัยวะ การลดรอยแผลเป็นหรือเพื่อจุดประสงค์อื่น ก็เป็นการรักษาเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากเมื่อไขมันเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงในทันที เซลล์ไขมันส่วนดังกล่าวจะตายและเกิดการสลายตัวในเวลาต่อมา ทำให้ไขมันมีโอกาสที่จะยุบตัวลงได้ ซึ่งอัตรารอดของมันจะมีเพียงร้อยละ 20-60 เท่านั้น นั่นหมายความว่าเมื่อฉีดไขมันเข้าไป 100 กรัม ไขมันจะเหลือเพียง 20- 60 กรัมเท่านั้น ซึ่งการที่ไขมันจะคงอยู่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
1.ขนาดที่ทำการฉีด ถ้าขนาดของไขมันที่ฉีดเข้าไปมีขนาดที่ใหญ่โอกาสที่เลือดจะเข้าไปหล่อเลี่ยงไขมันที่ส่วนกลางของไขมันจะเป็นไปได้ยาก ทำให้ไขมันมีโอกาสที่จะตายมากกว่าการฉีดไขมันที่มีขนาดเล็ก
2.การสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์เกิดการหดตัว ทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงไขมันที่ทำการฉีดเข้าไปได้ จึงทำให้เซลล์ไขมันเกิดการสลายตัวมากขึ้น
3.ลักษณะการฉีดไขมัน การฉีดไขมันที่มีลักษณะเป็นร่างแหที่โปร่งไม่แน่นมากจะทำให้ไขมันมีโอกาสที่จะรอดมากกว่าการฉีดไขมันเป็นกลุ่มก้อน

สำหรับการฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายแล้ว บางครั้งผิวหนังบริเวณดังกล่าวอาจจะมีลักษณะไม่เรียบเนียนหรือมีลักษณะเป็นคลื่นขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อเกิดลักษณะดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เทคนิค Microfat ที่ทำให้ไขมันมีโมเลกุลที่เล็กลงแล้วจึงทำการฉีดไขมันเข้าไปเพื่อปรับผิวให้เรียบ ซึ่งต้องทำการสังเกตว่าที่ผิวไม่เรียบเนื่องจากไขมันเป็นก้อนหรือว่ามีการเกิดก้อนเนื้อที่เรียกว่า “ซีสต์” อยู่ภายใน ถ้าไม่เรียบเนื่องจากก้อนซีสต์จะต้องทำการเจาะเอาก้อนซีสต์ดังกล่าวออกมา และเมื่อระยะเวลาผ่านไปไขมันที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายจะเกิดการยุบตัวลงอย่างช้า ๆ ซึ่งประมาณ 1 ปีขึ้นไปลักษณะการยุบตัวจะเห็นได้ชัดเจน แต่ในบางรายการยุบตัวของไขมันอาจจะสามารถสังเกตได้ชัดก่อนระยะเวลา 1 ปี ก็สามารถทำการฉีดไขมันเพิ่มไปยังบริเวณที่เกิดการยุบตัวของไขมันได้ แต่ปริมาณที่แพทย์แนะนำให้ทำการฉีดเพิ่มจะขึ้นอยู่กับอายุของผู้ที่ต้องการฉีด โดยผู้ที่มีอายุสูงสามารถฉีดได้ในปริมาณที่มากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเกิดขึ้นน้อยกว่านั่นเอง และไขมันที่นำมาฉีดเพื่อเสริมสร้างและแก้ไขข้อบกพร่องของร่างกายไม่สามารถที่จะใช้ไขมันที่มาจากบุคคลอื่น เพราะมีความเสี่ยงในการเกิดปฏิกิริยาการต่อต้านมาก

ปัจจุบันนี้การดูดไขมันและการนำไขมันที่ดูดมาทำการฉีดเพื่อใช้ในการเสริมและแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ได้มีการพัฒนาทั้งวิธีการและเทคนิคด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อช่วยเพิ่มการประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น สามารถทำการดูดไขมันออกมาได้อย่างเฉพาะเจาะจงและสามารถดูดได้ในปริมาณที่เหมาะสมจนสามารถสร้างรูปร่างให้ชัดเจนสมส่วนมากที่สุด และยังส่งผลให้สามารถสังเกตเห็นกล้ามเนื้อที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้อย่างชัดเจน รวมถึงการฉีดไขมันเข้าไปสู่บริเวณที่ต้องการสามารถเสริมส่วนที่ต้องการให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น หรือทำการปกปิดส่วนที่มีข้อบกพร่องได้อย่างเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ และสามารถความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนให้น้อยลง จึงทำให้การดูด ไขมันส่วนเกิน และการฉีดไขมันมีความปลอดภัยมมากขึ้น แต่การดูด ไขมันส่วนเกิน ออกจากร่างกายและการฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถทำให้รูปร่างสวยงามได้ตลอดไป แต่ทั้งสองสิ่งนี้จะต้องทำควบคู่กับการดูแลร่างกาย ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาด งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้รูปร่างที่สวยงามสมส่วนก็จะอยู่กับคู่กับเรือนร่างของคุณไปตลอด

การดูดไขมันส่งผลอย่างไร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top