การตรวจและรักษาโรคมะเร็งด้วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์

การตรวจและรักษาทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์
ใช้เพื่อการตรวจและเพื่อการรักษาโดยการใช้รังสีในลักษณะของยาจะมาในรูปแบบของน้ำยา ( สำหรับในยุคปัจจุบันนี้มีแร่ธาตุไอโอดีนที่ใช้เพื่อการรักษาโรคสำคัญอย่างโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ จะเป็นในรูปแบบของผงแคปซูล ) และในการใช้รังสีสำหรับภายในร่างกายจะเป็นการกิน การฉีด การใส่ลงไปตามโพรง อาทิเช่น โพรงเยื่อหุ้มปอด, โพรงเยื่อในช่องท้อง

เครดิตฟรี

9.1 การตรวจสแกนกระดูก

ในการตรวจเพื่อการสแกนกระดูกนั้นสามารถที่จะทำการตรวจได้เลยทันทีโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการงดอาหารหรืองดน้ำ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรังสีจะเริ่มต้นด้วยการฉีดน้ำยาและส่วนของแร่รังสีเข้าไปโดยฉีดผ่านทางเส้นลอดเลือดดำที่อยู่ที่แขน หลังจากนั้นก็ให้ผู้ป่วยรอเป็นระยะเวลาประมาณ 30 นาที-2 ชั่วโมงเพื่อที่แร่รังสีที่ฉีดเข้าไปจะได้แพร่กระจายไปทั่วกระดูกทุกส่วน น้ำแร่รังสีที่ทำการฉีดเข้าไปนั้นจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะได้ นั่นจึงทำให้ทางทีมแพทย์จึงแจ้งกับทางผู้ป่วยให้ดื่มในปริมาณที่มาก ๆ เข้าไว้ในระหว่างที่กำลังรอตรวจ การตรวจสแกนกระดูกนี้จะใช้เวลาโดยรวมอยู่ที่ 30 นาทีจนถึง 1 ชั่วโมง โรงพยาบาลมักจะให้ผู้ป่วยรับผลการตรวจได้ในทันทีแต่หากเป็นกรณีที่เป็นโรงพยาบาลที่มีจำนวนผู้ตรวจค่อนข้างมากอาจจะทราบผลภายในระเวลา 1 ถึง 3 วัน

9.2 การตรวจแสกนแบบทั้งตัวในกรณีของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์

สำหรับวิธีนี้จะเป็นการตรวจในภายหลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดไทรอยด์เรียบร้อยแล้วเพื่อเป็นการช่วยในเรื่องของการวินิจฉัยต่อมไทรอยด์ในส่วนที่เหลือหลังจากเข้ารับการผ่าตัดและในส่วนของเนื้อเยื่อที่อาจมีเชื้อโรคบางโรคแพร่กระจายอยู่ และเพื่อเป็นการติดตามโรคหลังจากเข้ารับการรักษาว่ายังคงมีส่วนของเนื้อต่อมไทรอยด์หลงเหลืออยู่หรือไม่ สำหรับวิธีการตรวจนั้นก็จะมีลักษณะแบบเดียวกันกับการสแกนกระดูก แต่สิ่งที่มีความแตกต่างนั่นคือ ส่วนของน้ำยาแร่รังสีที่ใช้เพราอาจจะเป็นได้ทั้งน้ำยาแร่รังสีไอโอดีนหรืออาจะเป็นแร่รังสีรูปแบบอื่นก็ได้ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางแพทย์ผู้ให้การรักษาในรายนั้น ๆ

9.3 การตรวจแบบเพ็ตสแกน

การตรวจรูปแบบนี้เป็นการตรวจภาพของชิ้นก้อนเนื้อหรือภาพของอวัยวะทั้งตัวนั่นก็เพื่อเป็นการตรวจวินิจฉัยกรณีการ กลับมาเป็นซ้ำอีกรอบหรือการแพร่กระจายของโรคร้ายอย่างโรคมะเร็ง การตรวจด้วยวิธีนี้เพียงวิธีเดียวไม่นิยมสำหรับการตรวจเพื่อวินิจฉัยลงไปเลยว่าผู้ป่วยนั้นป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ เพราะ ผลที่แสดงอาจยังไม่สามารถชีชัดได้อย่างแน่นอนจำเป็นจะต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อควบคู่ไปด้วยจะดีกว่า

9.4 การตรวจการบีบตัวของหัวใจทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์

สล็อต

สำหรับการตรวจรักษาทางด้านของเวชศาสตร์นิวเคลียร์นั้นเป็นวิธีที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการให้ผู้ป่วยทานแร่รังสีไอโอดีนเข้าไป ซึ่งการทำเช่นนี้จะเป้นที่จะต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าด้วยการให้งดรับประทานอาหารทุกประเภท งาการทานยาที่มีส่วนผสมของเหลือแร่ไอโอดีน ในช่วงของก่อนการเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องทานเฉพาะอาหารที่เป็นรสจืดเท่านั้น ( ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนการเข้ารับการรักษา ) เนื่องจาก อาหารรสชาติจัดอาจมีส่วนผสมของเกลือไอโอดีนสูง หากทานอาหารรสชาติอื่นอาจส่งผลกระทบต่อการจับแร่รังสีไอโอดีนที่เซลล์มะเร็ง กลายเป็นว่าประสิทธิภาพในการรักษาลดต่ำลงอย่างมากแทน ขั้นตอนของการรักษาผู้ป่วยนั้นทางแพทย์จะให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องพักแบบแยกห้องกับผู้อื่นนั่นก็เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากตัวรังสีที่สามารถจะกระจายไปสู่ผู้อื่นได้ จะให้ผู้ป่วยทำการนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 วันจนถึง 7 วันหรือจนกว่าจะการตรวจวัดผลรังสีที่อยู่ภายในตัว ของผู้ป่วยจะมีปริมาณที่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยสำหรับบุคคลอื่นแล้วเท่านั้น ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ เข้าไว้เพื่อจะช่วยในเรื่องของการขับรังสีไอโอดันให้ออกไปจากร่างกายได้เร็วมากขึ้น และไม่กลั้นปัสสาวะ

9.5 การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

สำหรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้นมักจะเรียกชื่อย่อแบบสั้น ๆว่า “ ECG ” หรือ “ EKG ” การตรวจแบบนี้เป็นการตรวจภาพของลักษณะการทำงานในส่วนของหัวใจด้วยการเลือกใช้คลื่นเสียง เป็นการตรวจเฉพาะที่ส่วนของห้องตรวจผู้ป่วยขั้นตอนของการตรวจผู้ป่วยจำเป็นต้องทำการถอดเสื้อออกก่อนจากนั้นก็นอนราบหงายบนเตียง แพทย์ผู้ทำการรักษาจะวางมือของตนเองลงไปทาบบนหน้าอกของผู้ป่วยจากนั้นก็จะทำการทางเจลลงไปบนผิว การทำเช่นนี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านคลื่นให้มีมากขึ้นให้เป็นไปแบบเดียวกันกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั่วไปนั่นเอง

ขั้นตอนการตรวจบันทึกภาพหัวใจโดยการใช้คลื่นความความถี่ขั้นสูงนั้นก็เป็นเสมือนกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั่วไป เป็นวิธีการท่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บ ไม่ต้องมีการฉีดยา ยังคงหายใจได้ตามปกติดังเดิม สำหรับระยะเวลาในการตรวจนั้นจะใช้เวลาโดยประมาณอยู่ที่ 1 ชั่วโมง สามารถที่จะทราบผลได้ภายใน 3 วัน

  1. การตรวจทางด้านพยาธิวิทยา

เป็นการตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรคด้วยการตัดส่วนของชื้นเนื้อออกมาจากก้อนเนื้อโดยในการนำชิ้นส่วนออกมานั้นจำเป็นจะต้องฝานออกมาให้บางที่สุดเท่าที่จำได้ นำมาย้อมสารเคมีนั่นก็เพื่อเป็นการระบุว่าเนื้อเยื่อชิ้นส่วนที่ตัดออกมานั้นเป็นชิ้นส่วนที่เป็นไปปกติหรือไม่ ทั้งนี้ในการแปลผลการตรวจจะต้องทำการผ่านกล้องจุลทรรศน์โดยทางทีมพยาธิแพทย์เป็นผู้แปลผลเท่านั้น เมื่อตรวจเรียบร้อยแล้วผู้ป่วยสามารถที่จะเดินทางกลับได้ในทันที สำหรับกรณีพิเศษที่จำเป็นจะต้องทำการเตรียมตัวล่วงหน้านั้น คือ อาจมีการให้งดน้ำงดอาหารก่อนผ่าตัด หลังจากที่ผ่าตัดเสร็จอาจต้องให้นอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 1-3 วันเพื่อที่จะคอยเฝ้าดูอาการต่างๆ

  1. การส่องกล้องตรวจอวัยวะภายใน

เป็นการการตรวจอวัยวะโดยใช้ลักษณะการสอดกล้องที่มีขนาดเล็ก สามารถจะโค้ง งอ กล้องที่ใช้แต่ละประเภทนั้นจะมีขนาดของความยาวที่แตกต่างกันไป แตกต่างตามตำแหน่งของงอวัยวะที่มีความประสงค์จะตรวจ โดยสอดเข้าไปในท่อหรือในช่องหรือในโพรงของอวัยวะที่ต้องการทำการตรวจ การส่องกล้องสามารถที่จะตรวจได้ทั้ง

สล็อตออนไลน์

  1. การตรวจความผิดปกติในส่วนของเนื้อเยื่อหรือในส่วนของอวัยวะโดยตรงซึ่งวิธีนี้จะเป็นการตรวจได้โดยตรงด้วยตาของทางแพทย์ผู้ดูแล
  2. การตรวจด้วยการตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางด้านพยาธิวิทยา
  3. การตรวจด้วยการเก็บเซลล์ไปทำการตรวจทางด้านเซลล์วิทยา
  4. การตรวจด้วยการเก็บสารคัดหลั่งเพื่อนำไปตรวจเชื้อและทำการเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ
  5. การตรวจด้วยการเก็บรักษาบางสิ่งด้วยบางวิธีการเพื่อที่พร้อมกับการนำไปตรวจ อาทิเช่น การตัดติ่งเนื้อเมือก การจี้ส่วนที่เป็นแผลเลือดออก ( แบบนี้เพื่อที่จะเป็นการช่วยหลุดเลือดโดยอาศัยแสงเลเซอร์ ) เป็นต้น

ส่วนอวัยวะที่สามารถทำการส่องกล้องได้นั้นมีมากมายหลายส่วน อาทิเช่น

โพรงจมูก ลำคอ ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางจมูก )
กล่องเสียง ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางจมูกหรือทางปากก็ได้ )
ท่อลม ปอด ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางจมูก )
ช่องอก ( แบบนี้จะเป็นการสอดเข้าไประกว่างช่องว่างของปอดทั้งสองข้าง )
กระเพาะอาหาร ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางจปาก )
ลำไส้ทุกประเภท ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางทวารหนัก )
กระเพาะปัสสาวะ ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางท่อปัสสาวะ )
ระบบทางเดินน้ำดีที่อยู่ภายในตับหรือภายนอกตับ ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางปาก )
ช่องท้อง ( แบบนี้จะเป็นการสอดกล้องผ่านเข้าไปทางหน้าท้อง )
หรับการเตรียมตัวนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการงดอาหารงดน้ำ การที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่แพทย์ในส่วนของการตรวจรวมถึงช่วยป้องกันการสำลักอาหารยามเมื่อมีการใช้ยานอนหลับ นอกจากนี้ตัวยาอาจจำเป็นต้องงดทาน ไปเลยก็มี อาทิเช่น ยาต้านการแข็งตัว เป็นต้น ส่วนของการงดทานอาหารนั้นมักจะขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ต้องการตรวจ เวลาเข้าไปตรวจในเครื่องนั้นห้ามสวมใส่เครื่องประดับ ห้ามใส่นาฬิกา

การตรวจทางผู้ป่วยนั้นจำเป็นจะต้องแจ้งทางแพทย์หรือทางพยาบาลทราบเกี่ยวกับรายละเอียดของโรคประจำตัวของตนเอง ต้องแจ้งอย่างละเอียดของการใช้ยาหรืออาหาร สมุนไพรที่ทานอยู่ในปัจจุบันให้ละเอียด เนื่องจาก บางสิ่งหากทางแพทย์พบว่าเป็นสิ่งต้องห้ามอาจจะสั่งให้งดทานสิ่งเหล่านั้นเสียก่อนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยเอง เมื่อทำการตรวจด้วยกล้องเรียบร้อยแล้วทางแพทย์จะแจ้งกับทางผู้ป่วยให้ทำการนอนพักเป็นระยะเวลาประมาณ 1 จนถึง 2 ชั่วโมง(ระยะเวลานั้นจะขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้และวิธีที่ใช้ตรวจด้วย) หรือจนกว่าทางผู้ป่วยนั้นจะเริ่มรู้สึกเป็นปกติหรือตื่นขึ้นมา ( ในกรณีที่ได้รับยานอนหลับเข้าไป )

การรักษาด้วยวิธีการส่องกล้องนั้นเรื่องของอาการข้างเคียง ได้แก่

อาจเกิดอาการเลือดออกหรือมีเลือดขังในบริเวณของที่ทำการตัดชิ้นเนื้อออกมา

  1. อาจพบว่าน้ำลายของผู้ป่วยหรือส่วนของเสมหะนั้นมีเลือดปนออกมา ( แบบนี้จะเป็นกรณีของการตรวจหูหรือตรวจคอหรือตรวจหลอดลมรวมถึงส่วนของปอดด้วยเช่นกัน )

slot

  1. อาจมีอาการอาเจียนเป็นเลือด ( แบบนี้จะเป็นกรณีของหลอดอาหารหรือส่วนของกระเพาะอาหาร )
  2. การตรวจไขกระดูก
    เป็นส่วนของเนื้อเยื่อที่อยู่ภายในโพรงกระดูกไม่ใช่เนื้อเยื่อของกระดูก ส่วนของเนื้อเยื่อนี้จะคอยทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวรวมถึงเกล็ดเลือด ในการตรวจส่วนของไขกระดูกนั้นจะตรวจก็ต่อเมื่อเกิดความผิดปกติเกิดขึ้นที่บริเวณของไขกระดูกจนนำมาสู่การตจรวจเพื่อการวินิจฉัยโรคต่อไป อาทิเช่น โรคซีด โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวรวมถึงโรคมะเร็งประเภทอื่น ๆ ที่ลุกลามกระจายเข้าไปยังไขกระดูก

การตรวจส่วนนี้ทางแพทย์ พยาบาลจะทำการซักประวัติ สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการแพ้ยา เรื่องของอาหาร ยาที่รับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นยาประเภทที่ส่งผลทำให้เลือดออกง่ายแบบนี้ทางแพทย์อาจถึงขั้นสั่งให้หยุดทานยาประเภทนี้ในทันทีเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 3-10 วัน การตรวจไขกระดูกมักจะตรวจในลักษณะของผู้ป่วนอกเป็นหลัก มักจะใช้เวลาในขั้นตอนทั้งหมดประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมง ( ในบางรายอาจจะยาวนานมากกว่านี้ ) การตรวจนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องงดอาหาร งดน้ำ เมื่อตรวจเสร็จแล้วทางแพทย์ก็จะให้ผู้ป่วยนอนพักดูอาการสักระยะหนึ่งเพื่อเป็นการสังเกตอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น มีไข้ แผลมีการติดเชื้อ แผลเกิดการบวมแดง เป็นต้น และจะต้องไม่ให้แผลนั้นโดนน้ำเป็นระยะเวลา 1-3 วัน หากเมื่อใดที่พบว่าแผลเกิดความผิดปกติก็ควรที่จะต้องรีบไปพบแพทย์โดยไวที่สุด

  1. การตรวจน้ำไขสันหลัง
    เป็นการการวินิจฉัยโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับสมองและไขสันหลัง ว่ามีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีเชื้อมะเร็งแพร่กระจายอยู่บ้างหรือไม่ ในกรณีที่พบเชื้อมะเร็งแพร่กระจายเข้าสู่น้ำไขสันหลังแล้ว ก็จะต้องทำการรักษาโดยการให้ยาทางไขน้ำสันหลังเพื่อไปสู้กับเชื้อมะเร็งโดยตรง ทำการโดยเจาะเข้าไปในโพรงน้ำไขสันหลังโดยวิธีการเจาะเข้าเนื้อเยื่อบริเวณข้อกระดูกสันหลังช่วงเอว มีชื่อเรียกแบบง่าย ๆ ว่า “ เจาะหลัง ” ( lumbar puncture ) ก่อนการเจาะหลังทุกครั้ง แพทย์จะต้องทำการซักประวัติผู้ป่วยในส่วนของโรคที่เป็นและยาที่ทานอยู่ในปัจจุบัน หากทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องหยุดยาก่อนเป็นเวลา 3-10 วัน ก่อนตรวจ เพื่อไม่ให้มีเลือดออกในปริมาณมาก

วิธีเจาะคือให้ผู้ป่วยนอนตะแคง เจ้าหน้าที่จะมาตรวจดูบริเวณที่จะเจาะและทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้น ๆ หลังจากนั้นแพทย์จะลงมือฉีดยาชาให้ แล้วใช้เข็มที่มีขนาดเล็กและยาวเป็นพิเศษ เจาะผ่านข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวไปที่โพรงน้ำและดูดเอาน้ำไขสันหลังออกมาตามปริมาณที่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ ก่อนจะส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ เมื่อได้น้ำจากไขสันหลังแล้ว แพทย์ก็จะดึงเข็มออกและกดที่แผลไว้ประมาณ 1-3 นาที หรือจนกว่าน้ำไขสันหลังและเลือดจะหยุดไหล โดยทั่วไปสามารถทราบผลได้ใน 1-15 วัน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการตรวจน้ำไขสันหลัง เป็นเพียงการเจาะเข้าไปในโพรงน้ำ ในส่วนนี้จะไม่มีไขสันหลัง และไม่มีกระดูกใด ๆ ทั้งสิ้นจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแค่ให้ผู้ป่วยนอนตะแคง เจ้าหน้าที่จะมาตรวจดูบริเวณที่จะเจาะและทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้น ๆ หลังจากนั้นแพทย์จะลงมือฉีดยาชาให้ แล้วใช้เข็มที่มีขนาดเล็กและยาวเป็นพิเศษ เจาะผ่านข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวไปที่โพรงน้ำและดูดเอาน้ำไขสันหลังออกมาตามปริมาณที่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ ก่อนจะส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ ( หากมีการรักษาโรคอยู่ แพทย์อาจจะฉีดยารักษาโรคให้ด้วย ) เมื่อได้น้ำจากไขสันหลังแล้ว แพทย์ก็จะดึงแขนออกและกดที่แผลไว้ประมาณ 1-3 นาที หรือจนกว่าน้ำไขสันหลังและเลือดจะหยุดไหล เมื่อผู้ป่วยนอนพักและรู้สึกตัวเป็นปกติ ไม่มีอาการวิงเวียนศีรษะ ก็กลับบ้านได้ทันที ระหว่างนี้ก็ให้ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากภายนอก เมื่อได้น้ำจากไขสันหลังของผู้ป่วยแล้ว แพทย์ก็จะส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจดูเซลล์และสารต่าง ๆ สำหรับประกอบการวินิจฉัยว่าโรคที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากโรคทางสมองหรือการติดเชื้อมะเร็ง โดยทั่วไปสามารถทราบผลได้ใน 1-15 วัน ซึ่งอาจพบผลข้างเคียงแทรกซ้อน คือการเจ็บบริเวณที่มีการเจาะ สิ่งแรกที่กลับมาถึงบ้านและควรทำ คือการพักผ่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง งดออกกำลังกายและออกแรงทุกชนิด

การตรวจและรักษาโรคมะเร็งด้วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top