การเกิดมะเร็งทุติยภูมิชนิด Sarcoma

การรักษาโรคมะเร็งมีความสำเร็จเกิดขึ้นมากมาย ส่งผลให้มีผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นจำนวนมากและมีอายุยืนยาวมานับสิบสิบปี แต่บางครั้งผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากการรักษาโรคมะเร็งด้วย การฉายรังสี พบว่ามีการเกิดเป็น Sarcoma เพิ่มมากขึ้น Sarcoma จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีอายุประมาณ 60 ปี เมื่อเกิด Sarcoma แล้วจะมีอาการบวมร่วมด้วย ซึ่งการเกิดอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันในส่วนของกระดูกที่เคยเจ็บป่วยมาก่อน

เครดิตฟรี

ซึ่งการที่ผู้ป่วยจะมีการพัฒนากลายเป็น Sarcoma ได้นั้นต้องอาศัยระยะเวลาอย่างน้อย 20 ปีขึ้นไป และการฉายรังสีที่จะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิด Sarcoma ได้นั้นต้องมีความเข้มข้นของรังสีมากกว่า 300 Gy และมีการฉายรังสีนานเกิน 28 วัน แต่ถ้าได้รับปริมาณรังสีน้อย ๆ ก็ต้องได้รับรังสีเป็นระยะเวลาที่นานมากจึงจะส่งผลกระทบให้เกิด Sarcoma ได้ การเกิด Sarcoma นี้สามารถเกิดขึ้นได้กับ กระดูก ( Bones ) ทุกส่วนของร่างกายรวมถึงเนื้อเยื่ออ่อนก็มีโอกาสที่จะเกิดได้เช่นกัน
เราไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง Sarcoma ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับการรักษาด้วย การฉายรังสี กับ Osteogenic Sarcoma ชนิดที่เรียกว่า Idiopathic ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เอง ซึ่งการสันนิฐานว่าเป็นมะเร็งชนิดใด ต้องอาศัยการดูประวัติย้อนหลังของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาร่วมด้วย จากการเอกซเรย์เราสามารถเห็นลักษณะเฉพาะบางแบบที่เกิดขึ้นในส่วนของกระดูก ( Bones ) ที่ถูกทำลายไปและมีการซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ ซึ่งที่กระดูส่วนนี้จะมีความหนาแน่นที่ไม่สูงมาก โดยจะค่อย ๆ เกิด Periosteal Elevation ในขณะที่ก้อนเนื้อจะเกิดในส่วนของ Soft Tissue จึงเป็นเรื่องยากที่เรายะทำการแยกความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนแปลงของ nercrosis ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับการฉายรังสี แต่ในการเกิด Osteogenic Sarcoma ชนิดที่เรียกว่า Idiopathic จะไม่มีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น ดังนั้นการตรวจว่าเป็นมะเร็งชนิดใดสามารถทำได้ด้วยการตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะสามารถแยกมะเร็งทั้งสองชนิดออกจากกันได้สำหรับผู้ป่วยที่เกิดเป็น Sarcoma ภายหลังจากที่ได้รับการรักษานั้นจะมีโอกาสรอดชีวิตที่น้อยมาก และเมื่อเกิด Sarcoma จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 1 ปีหลังจากที่อาการแสดงออกมา ซึ่งผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตจากโรคนี้แค่ร้อยละ 1-2 เท่านั้น

ผู้ป่วยที่เป็น radiation Induced Osteogenic Sarcoma นิยมรักษาด้วยการผ่าตัดและการให้เคมีบำบัดในการรักษา แต่ไม่นิยมใช้ การฉายรังสี ร่วมด้วยในการรักษา ถึงแม้ว่าการเกิด Sarcoma จะมีอัตราการเกิดที่น้อยมาก แต่ว่าถ้ามีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นแล้ว จะเป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเป็นอย่างมาก จึงไม่ทำการรักษาด้วยการฉายรังสี นอกจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องจริง ๆ เท่านั้น

สล็อต

การแพร่กระจายของมะเร็งเข้าสู่มดลูก
ปัจจุบันนี้ผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากการเป็นมะเร็งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากในอดีต แต่ว่าผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากการรักษาโรคมะเร็งนั้นมีความถี่ในการเกิดแตกหักของ กระดูก ที่เป็นโรคอื่น ๆ ( Pathological Fracture ) อยู่แล้วเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก พบว่ามะเร็งที่เต้านมเป็นมะเร็งที่มีการแพร่กระจายเข้าไปสู่กระดูกมากที่สุด มากถึงครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่มีการกระจายตัวของมะเร็งเข้าสู่กระดูกเลยทีเดียว การกระจายตัวจะกระจายแบบ Lytic Lesions และสามารถพัฒนาไปเป็น Sclerotic Lesions ที่สามารถพบได้บ่อยในมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ทั้งนี้ยังมีการเกิดรอยโรคที่ส่วนของกระดูกได้อีกด้วย ทั้งแบบ Sclerotic และ Lytic ซึ่งพบมากในกรณีที่เป็นมะเร็งเต้านม

การแพร่กระจายของมะเร็งสามารถแพร่กระจายเข้าสู่กระดูกได้ทุกส่วน โดยมักจะเริ่มจากการกระดูกที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ไขกระดูกแดงเป็นอันดับแรกก่อน จึงจะแพร่เข้าไปใน Infilrate ที่อยู่ใน Cortex ของกระดูก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ Axial Skeleton มากกว่าที่จะส่งผลกระทบต่อ Appendicular Skeleton ทางการแพทย์จะใช้ Bone Scintigraphy ในการบอกตำแหน่งที่มีการแพร่กระจายของมะเร็งที่เกิดขึ้นแต่ละชนิดได้ และยังเป็นการตรวจสอบที่มีประโยชน์มาก และยังสามารถตรวจ Bone Secondaries ที่มีขนาดเพียง 10 ml ได้ นอกจากนั้นยังสามารถใช้วิธี Emission Isoto Pic Tomographic Scintigraphy ในการตรวจรอยโรคแพ้ที่มีขนาดเล็กมากถึงขนาด 2 ml ได้อีกด้วย

ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมที่อยู่ในระยะลุกลามจะมีอการเจ็บปวดเกิดขึ้นเป็นส่วนมาก แต่ก็มีส่วนน้อยที่อาการปวด บวมจะไม่แสดงอาการออกมา และอาการแรกที่บ่งบอกว่ามะเร็งมีการแพ่กระจายไปสู่ส่วนของ กระดูก แล้วเป็นอาการ Pathological Fracture ซึ่งสามารถทำการตรวจสอบได้ด้วยเทคนิค Scintigraphy ที่มีการใช้ Technetium-99m เข้ามาในการตรวจสอบ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าการแพร่กระจายของมะเร็งนั้นมีลักษณะเป็น Multifocal นั่นเอง
ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมที่อยู่ในระยะที่มีการแพร่กระจายแล้ว เมื่อทำการตรวจสอบเปรียบเทียบระหว่าง X-ray Bone Scan กับการทำ CT Scan พบว่าการทำ CT Scan นั้นสามารถทำการแยกความแตกต่างระหว่างโรคข้อเสื่อมกับลักษณะของมะเร็งที่เกิดการแพร่กระจายได้ แต่ถ้าการทำตรวจสอบด้วยเทคนิค Technetium-99m จะไม่เห็นความแตกต่างระหว่างว่าเป็นการแพร่กระจายของมะเร็งหรือเป็นโรคข้อเสื่อม ทางด้านการตรวจทาง Metabolic นั้นไม่มีประโยชน์ต่อการประเมินเพื่อบ่งบอกว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นอะไร

ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากระดูกต้องทำการรับน้ำหนักมาก ๆ ซึ่งอาการปวดสามารถบรรเทาได้ด้วย การฉายรังสี แต่ถ้าทำการฉายรังสีนานเข้าจากที่ทำการฉายแล้วจะหายปวดในทันทีก็จะกลายเป็นว่าความเจ็บปวดจะอยู่นานขึ้นกว่าครั้งแรกที่ทำการฉายรังสี นั่นแสดงว่ามะเร็งที่เป็นอยู่เกิดการดื้อต่อการฉายรังสี

สล็อตออนไลน์

กระดูก จะมีการตอบสนองหลายแบบมากเพื่อที่กระดูกจะได้เข้าสู่กระบวนการ Reossifcation ถ้าหลังจากที่รักษาด้วยการฉายรังสีแล้วเกิดมีรอยโรคแบบ Lytic เกิดขึ้นมา อัตราในการเกิดกระบวนการ Reossifcation หลังจากที่ทำการรักษาแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 35-80 % ซึ่งสามารถลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดังนี้ เริ่มจากการเกิด Necrosis ภายในเซลล์มะเร็ง และเริ่มมีการ Proliferation ของส่วน Fibrous Tissue เข้าไปใน Woven Bone ซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อไปเป็น Lamellar Bone ในเวลาต่อมาได้ ซึ่งถ้าอยู่ในสภาวะปกติ Woven Bone จะไม่สามารถพัฒนาไปเป็น Lamellar Bone ได้เลย

สำหรับผู้ป่วยบางส่วนจะมีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องทำ Prophylactic Internal Fixation เพื่อไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นมา ซึ่งการทำ Prophylactic Internal Fixation จะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงต่อการเกิด Pathological Fracture โดยที่อัตราการเกิด Pathological Fracture จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับระดับของ Cortical Destruction โดยเฉพาะส่วนในของกระดูก Long Bone นั่นคือถ้า Cortical Destruction มีระดับมากกว่า 50 % แล้วจะส่งผลให้มีความถี่ในการเกิด Pathological Fracture ทำให้มี Pathological Fracture เพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังมีตัวบ่งชี้อีกอย่างที่ต้องทำการ Fixation นั่นคือการปวดที่กระดูกอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า Long Bone จะยังคงหลงเหลืออยู่และถึงจะทำ การฉายรังสี แล้วก็ตาม
การเกิด Pathological Fracture มักจะเกิดการสะสมจาก Microfracture หลายจุด ซึ่งบางครั้งก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับค่าน้ำหนักที่ต้องกดลงบนส่วนดังกล่าวในขณะที่ทำการเคลื่อนไหวหรือเดิน ดังนั้นเมื่อเกิดรอยแตกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 ml ในบริเวณProximal Femur หรือแม้กระทั่งการมี Pathological Avulsion ในส่วนของ Lesser Trochanter ทั้งหมดนี้ต่างเป็นตัวบ่งชี้ว่า Femur นั้นมีความอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก และมีแน้วโน้มที่ว่าจะสามารถพัฒนาไปเป็น Pathological Fracture ในอนาคตได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำ Internal Fixation เพื่อที่จะเข้าไปช่วยในการพยุงกระดูกและป้กงักนไม่ให้กระดูกเกิดการบาดเจ็บในอนาคตได้ และยังต้องทำการฉายรังสีเข้าสู่กระดูกต่อไปเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกถูกทำลายเพิ่มขึ้นอีก

จึงสรุปได้ว่าการทำ Pathological Fixation เป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวผู้ป่วย เพราะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด Fixation และช่วยประคองอาการของผู้ป่วยไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิม ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง เคลื่อนไหวได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข

Pathological Fracture
พบว่าการเกิด Pathological Fracture ในบริเวณของกระดูกสันหลังและ กระดูก Long Bone จะส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและร่างกายบางส่วนต้องสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงานไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในขณะที่ทำการรักษาหรือหลังจากที่ได้รับการรักษาแล้ว ที่เป้ฯเช่นนั้นก็เพราะว่ารังสีทำให้เกิดกสภาวะกระดูกมีรูพรุน ที่มีส้าเหตุมาจากการเกิด Hyperaemie ที่มีปริมาณเพื่อขึ้นชนิดชั่วคราวทำให้กระดูกมีความแข็งแรงลดลง ส่งผลให้กระดูกที่มีการแพร่กระจายของมะเร็งเข้าเกิดการแตกหัก ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถระบุความสัมพันธ์ที่แน่ชัดของการเกิด Pathological Fracture กับปริมาณรังสีว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ก็พบว่ามีการเกิด Pathological Fracture หลังจากที่ได้รับ การฉายรังสี เกิดขึ้นได้
ซึ่งเป้าหมายของการรักษา Pathological Fracture ก็คือ ความต้องการที่จะรักษาสภาพของ Fragment ให้อยู่ในสภาวะปกติให้ได้มากที่สุด เพื่อที่กระดูกจะได้มีความแข็งแรงที่เพียงพอในการเคลื่อนไหวของร่างกายให้ได้โดยที่ไม่เจ็บปวดและไม่ใช้เครื่องช่วยพยุงด้วย เพื่อที่ผู้ป่วยจะสามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป

slot

การ Fixation กับกระดูก Long Bone ที่มีการเกิด Fracture ต้องได้รับการดูแลสภาพของ กระดูก ตลอดทั้งชิ้นไม่ใช่ทำการดูแลเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยที่ fractures เข้าไปที่ Proximal Femur ด้วยวิธี Joint Replacement ในขณะที่ส่วนของ Shaft fractures นั้นควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการ Intramedullary Nailinl ที่มีการใช้ Interlocking Nail ในส่วนหรือในจุดที่ทำการระบุเอาไว้ ซึ่งจะช่วยพยุงกระดูกทั้งชิ้นและ Nail ยังสามารถใส่ด้วยเทคนิคปิดที่จะทำให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดน้อยลงด้วย

บางครั้งการ Fractures Lytic ที่มีขนาดใหญ่มากเมื่อทำการ Fixation ก็อาจจะทิ้งร่องรอย Defect ที่มีขนาดใหญ่ตามไปด้วยแต่ก็มีเพียงแค่วิธี Fixation Device เท่านั้นที่จะสามารถช่วยพยุงร่างกายเอาไว้ได้ ซึ่งเมื่อผ่านไปเป็นเวลานานขึ้น การทำ Fixation Device จะส่งผลให้เกิดอาการอ่อนล้า ส่งผลให้มี Fractures เพิ่มมากขึ้นเรื่อยจนในที่สุด กระดูก ก็จะเกิดการแตกหักได้ในที่สุด เพื่อป้องกันอาการดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นจึงมีการทำ Methyl Methacrylate Cement ที่สามารอุดรอย Defect ที่อาจเกิดขึ้นมาได้ เป็นการช่วยพยุงส่วนรอบ ๆ Fixation Device ซึ่งทำการเชื่อมต่อด้วย Cement เมื่อ Cement แข็งตัวแล้ว ผู้ป่วยก็จะทำการเคลื่อนไหวร่างกายได้ และการเติม Cement เข้าไปในส่วนของรอย Defect นั้นยังช่วยป้องกันแรงกดทับที่จะเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับ Fragment ที่ส่วนต่าง ๆ และช่วยผ่อนการทำงานของ Fixation Device ซึ่งการใช้ Cement ในผู้ป่วยไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่คาดว่าจะมีอายุรอดต่ำกว่า 3 เดือน
พบว่าการรักษา Pathological Fracture ที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและยังสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้น ซึ่งสำหรับผู้ป่วยแล้วแนวทางการรักษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นแนวทางที่ดีสุดแล้ว ถึงแม้ว่าเมื่อผู้ป่วยเกิดอาการ Pathological Fracture หลังจากที่ได้รับการรักษาด้วย การฉายรังสี แล้วจะมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมากก็ตาม แต่การรักษา Pathological Fracture ที่ใช้อยู่ก็สามารถยืดชีวิตผู้ป่วยออกไปได้อีกระยะเวลาหนึ่งอีกด้วย

ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการป้องกันไม่ให้อาการข้างเคียงอย่าง Pathological Fracture เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วย การฉายรังสี ทั้งที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำการฉายรังสีและหลังจากที่ได้รับการฉายรังสีไปแล้ว จึงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวผู้ป่วยและทีมแพทย์ที่ทำการรักษา

การเกิดมะเร็งทุติยภูมิชนิด Sarcoma

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top