ลักษณะของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สามารถฉายแสงระยะใกล้ได้

การฉายแสง หรือ การฉายรักสีรักษามะเร็งนั้นทำได้โดยการวางไอโซโทปในบริเวณที่ชิดหรือบริเวณที่ติดกับรอยโรคโดยตรง หรือทำการผ่านอุปกรณ์ ( APPLICATOR )

ลักษณะของผู้ป่วยที่สามารถฉายแสงระยะใกล้ได้

  1. ขนาดของรอยโรค ผู้ป่วยที่จะทำการรักษาด้วยการฉายรังสีในระยะใกล้ต้องมีรอยโรคขนาดเล็กกว่า 4 เซนติเมตรเท่านั้น ถ้ามีขนาดของรอยโรคใหญ่กว่า 4 เซนติเมตรไม่ควรทำการรักษาด้วยวิธีนี้ เพราะถ้ารอยโรคมีขนาดใหญ่กว่า 4 เซนติเมตรแล้ว การรักษาด้วยการฉายรังสีระยะใกล้จะไม่สามารถคลอบคลุมรอยโรคทั้งหมดได้

เครดิตฟรี

  1. ตำแหน่งของรอยโรค ตำแหน่งของรอยโรคที่ต้องการรักษาไม่ควรอยู่ใกล้กับกระดูก ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างรอยโรคกับกระดูก คือ 1 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อย เพราะว่าถ้ารอยโรคอยู่ใกล้กับกระดูกน้อยกว่า 1 เซนติเมตร เมื่อทำการรักษาด้วยการฉายรังสีเข้าไปแล้ว ผู้ปป่วยมีโอกาสที่จะเกิดภาวะเนื้อเยื่อกระดูกเน่าตายได้จากการโดนรังสีในปริมาณที่สูงมาก
  2. สุขภาพผู้ป่วย สุขภาพและสภาวะของผู้ป่วยต้องอยู่ในสภาวะที่สามารถทำการวางยาสลบได้ เพราะว่าผู้ป่วยบางรายที่เข้ารับการรักษาจำเป็นจะต้องทำการวางยาสลบเพื่อที่จะทำการวางอุปกรณ์ ซึ่งสภาวะของผู้ป่วยเราสามารถทำการเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนที่จะทำการรักษาทำได้ ดังนี้

3.1 วาง Shielding Prosthesis ในกรณีที่ต้องทำการฉายรังสีในช่องปากที่ใกล้กับส่วนของ Oral Cavity แล้ว ผู้ป่วยควรทำการวาง Shielding Prosthesisท ที่ทำจากวัสดุที่เป็นตะกั่ว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้รังสีเข้าสู่ส่วนของกระดูกกราม ซึ่งตะกั่วที่ใช้ความมีความหนาอย่างน้อย 2 มิลลิเมตร

3.2 เตรียมฟัน ก่อนที่จะทำการรักษาด้วยการฉายรังสีระยะใกล้ผู้ป่วยต้องทำการตรวจสุขภาพของฟันก่อน ถ้าพบว่าฟันมีการผุที่อยู่ในชั้นรุนแรงต้องทำการรักษาให้หายหรือทำการถอนออกก่อนที่จะทำการฉายรังสี และควรรอให้แผลที่เกิดจากการถอนฟันหายสนิทก่อนจึงเริ่มทำการฉายรังสี

เมื่อทำการเตรียมตัวก่อนที่จะทำการฉายรังสีแล้ว แต่ก็ยังมีผลกระทบเกิดขึ้นมาอีก ก็สามารถลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้

  1. ถ้าผู้ป่วยมีการฉายรังสีในส่วนที่ครอบคลุมต่อมน้ำลาย แพทย์จะต้องให้ผู้ป่วยใช้ Fluoride ชนิดแบบเจลวันละ5-10 นาทีต่อวัน ซึ่งการใช้ Fluoride ชนิดแบบเจลผู้ป่วยจะต้องใช้ไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันการผุของฟันให้ลดน้อยลง
  2. ผู้ป่วยที่ทำการฉายรังสีใกล้กับบริเวณ Interstital Brachytherapy และมีการใส่อุปกรณ์ป้องกันแสงไว้ในช่องปาก แพทย์ต้องบอกถึงผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นเมื่อนำอุปกรณ์ออกแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการอักเสบเกิดขึ้นทันทีและอาการจะมีความรุนแรงขึ้นประมาณ 21 วัน ถึง 1 เดือน และเมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 6 อาการอักเสบดังกล่าวจะหายไป ซึ่งช่วงที่เกิดการอักเสบผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดมาก สามารถให้ยาเพื่อลดความเจ็บปวด ลดการติดเชื้อและลดการอักเสบแก่ผู้ป่วยได้

สล็อต

ผลข้างเคียงจากการฉายแสงรักษามะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ
ในการฉายรังสีระยะใกล้มีผลข้างเคียงจากการฉายแสงกับเกิดขึ้นกับตัวผู้ป่วยได้เช่นเดียวกับการรักษาแบบอื่น ๆ ซึ่งผลข้างเคียงจากการฉายแสงที่พบจากการฉายรังสีระยะใกล้ให้กับผู้ป่วยที่ทำการรักษามะเร็งที่ส่วนของศีรษะและลำคอ สามารถแบ่งได้จากลักษณะการวางอุปกรณ์การฉายรังสี ดังนี้

  1. ภาวะเลือดออกจากผลข้างเคียงจากการฉายแสง
  2. ภาวะการสำลักจากผลข้างเคียงจากการฉายแสง อาการข้างเคียงนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการวางอุปกรณ์ในการฉายรังสีระยะใกล้ไว้ในตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งของการกลืน เช่น ตำแหน่งที่โคนลิ้น ( Base of Tongue ) ในการรักษามะเร็งที่ส่วนของโคนลิ้น เป็นต้น

ซึ่งผลข้างเคียงจากการฉายแสงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยสามารถป้องกันได้ด้วยการประเมินก่อนที่ทำจะการวางอุปกรณ์และการใช้อุปกรณ์ช่วยก่อนที่จะทำการวางอุปกรณ์ในตำแหน่งดังกล่าว เช่น การใส่ NG Tube หรือการเจาะคอ ( Tracheostomy ) เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดขึ้นของภาวะ Aspiration ในการรักษาผู้ป่วยที่ป่วยเป็นมะเร็งที่บริเวณโคนลิ้น เป็นต้น ซึ่งการจัดวางอุปกรณ์ต้องคำนึกถึงความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวผู้ป่วยได้ และต้องนึกถึง Aseptic Technique ด้วย เพราะการทำอย่างนี้จะสามารถช่วยลดผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวผู้ป่วยให้น้อยลงได้

นอกจากผลข้างเคียงจากการฉายแสงที่เกิดขึ้นกับการฉายรังสีระยะใกล้เพียงอย่างเดียวแล้ว เมื่อทำการฉายรังสีระยะใกล้ร่วมกับการฉายรังสีจากฉายนอกจะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงได้มากขึ้น ซึ่งผลข้างเคียงจากการฉายแสงหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรักษาด้วยการฉายรังสีทั้งสองวิธีจะมีความรุนแรงสูงมาก อาการข้างเคียงที่พบได้คือ

อาการข้างเคียงที่พบ

  1. ภาวะเนื้อเยื่อตาย ( Soft Tissue Necrosis ) ซึ่งผลข้างเคียงจากภาวะเนื้อตายสามารถพบได้ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วยที่ทำการรักษา
  2. ภาวะกระดูกตาย ( Bone Necrosis ) ซึ่งผลข้างเคียงจากภาวะกระดูกตายสามารถพบได้ประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วยที่ทำการรักษา

สล็อตออนไลน์

ผลกระทบหลังการฉายรังสีส่วนศีรษะและคอ
ภายหลังจากที่ทำการฉายรังสีเข้าสู่บริเวณศีรษะและคอแล้ว รังสีจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง เช่น ต่อมน้ำลาย ต่อมรับรส ฟัน กระดูกใบหน้า เยื่อบุเยื่อเมือก แล้ว ยังมีผลกระทบข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้อีก ดังนี้

  1. การเกิดเปลี่ยนแปลงของ Oral Micro Flora

น้ำลายจะมีระบบที่สามารถช่วยต่อต้านจุลินทรีย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยมี สารโพลีเปปไทด์ชนิดที่มี Proline และ Mucin อิเล็กโทรไลท์ที่ช่วยในการควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ในช่องปาก และยังมี Secretory Lg A ที่สามารถเข้าไปจับตัวกับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราที่เข้ามาในปากให้รวมตัวกัน และนำก้อนเชื้อที่รวมตัวกันไปจับตัวกับเม็ดเลือดขาวเพื่อให้เม็ดเลือดขาวทำการกำจัดทิ้งต่อไป นอกจากนั้นพอลิเปปไทด์ที่อยู่ในน้ำลายนี้จะมีประจุเป็นลบที่สามารถเข้าไปจับตัวกับผนังเซลล์ของแบคทีเรียและเชื้อราส่งผลให้ผนังเซลล์ของเชื้อโรคเกิดการฉีกขาด ซึ่งกลไกนี้เป็นกลไกหลังที่ป้องกันการเกิด Oral Candidiasis
จะพบว่าถ้าต่อมน้ำลายโดนทำลายหรือมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงจะส่งผลให้การจัดการกับเชื้อโรคที่เข้ามาในช่องปากมีประสิทธิภาพที่ลดลง ช่องปากติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ฟันผุมากขึ้น ในผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยรังสีพบว่ามีโอกาสที่จะติดเชื้อมากกว่าคนปกติถึง 100 เท่าเลยทีเดียว

ในระยะแรกอาการ Candidiasis จะมีเยื่อบุสีแดงเกิดขึ้นทั้ง 2 ข้างในลักษณะที่สมมาตรกันซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเป็น Radiation Mucositis แต่ว่าเยื่อบุที่พบจะพบทั้งบริเวณที่ทำการฉายรังสีและบริเวณรอบนอกด้วย และในระยะยาวอาการเรื้อรังของ Candidiasis จะพบตามที่มุมปากหรือบริเวณที่อยู่ใต้ฟันปลอม
เมื่อผู้ป่วยได้รับการฉายรังสีแล้วจุลินทรีย์ที่อยู่ในปากจะเป็นจุลินทรีย์ชนิดที่ทำให้ฟันผุมากกว่าชนิดที่ไม่ทำให้เกิดฟันผุ เช่น Stretococus Mutans กับ Lactobacillus เป็นต้น และฟันที่ผุเนื่องจากการได้รับรังสีจะเริ่มผุที่บริเวณส่วนที่เป็นผิวเรียบก่อนและเกิดการลุกลามอย่างรวดเร็ว อาการฟันผุจะเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการฉายรังสีไปแล้วหลายสัปดาห์

slot

  1. การเกิดอ้าปากไม่ได้หรืออ้าปากได้ยาก ( Trismus )

เมื่อทำการฉายรังสีเข้าสู่บริเวณ ศีรษะและลำคอ แล้ว อาจจะเกิดผลกระทบในบริเวณ Temporomandibular Joint ( TMJ ) และส่วนของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร ซึ่งจะมีอาการ Trismus เกิดขึ้นได้ และยังไม่สามารถคาดคะเนว่าอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นบ่อยหรือมีความรุนแรงมากแค่ไหน ทางแก้ไขที่ดีที่สุดก็คือการป้องกันไม่ให้อาการเหล่านี้เกิดขึ้น

  1. การเกิดภาวะทุพโภชนการ

น้ำลายมีลักษณะที่เป็นน้ำทั้งแบบที่เหนียวข้นและใส ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยให้อาหารจับตัวกันเป็นก้อน ทำความสะอาดภายในช่องปากและช่วยในการเพิ่มการรับรู้รสของอาหารในปากแล้ว ในน้ำลายยังมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร เช่น เอนไซม์อไมเลส ( Amylase ) เอนไซม์ไลเปส ( Lypase ) เป็นต้น ดังนั้นถ้าเกิดภาวะที่ต่อมน้ำลายทำ การผลิตน้ำลายออกมาน้อยหรือมีปริมาณลดลงจะส่งผลให้การรับรู้รสชาติของคนเราเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้รับรู้รสชาติได้น้อยลงความอยากอาหารก็น้อยลงตามไปด้วย จนบางครั้งผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดในช่องปากและบริเวณคอหอยจากการเกิด Rediation Mucositis เข้าร่วมด้วย เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยเกิดสภาวะขาดอาหารและในบางรายอาการอาจจะรุนแรงจนส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอได้

ลักษณะของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สามารถฉายแสงระยะใกล้ได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top