ท่าอากาศยานบุรีรัมย์

ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ หรือ สนามบินบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 34 กิโลเมตร เป็นท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2539 และในปี พ.ศ. 2558 เป็นปีแรกที่มีสายการบินให้บริการถึง 2 สายการบินพร้อมกัน มีทางวิ่งที่สามารถรองรับเครื่องบินขนาด แอร์บัส เอ320 ได้ โดยมีอาคารผู้โดยสารขนาด 4,148 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 550 คนต่อชั่วโมง และมีบริการรถเช่า ก่อตั้งท่าอากาศยาน
ปี พ.ศ. 2528 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอให้ก่อสร้างท่าอากาศยานจังหวัดบุรีรัมย์ในที่ดินสาธารณประโยชน์ 3 แปลง แต่ที่ดินทั้ง 3 แปลงไม่เหมาะสมต่อการก่อสร้าง กรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยาน ในปัจจุบัน) ได้แจ้งจังหวัดให้จัดหาที่ก่อสร้างท่าอากาศยานใหม่ จังหวัดจึงได้เสนอที่ดินสาธารณประโยชน์ โคกเสม็ด และโคกพริก ในพื้นที่อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีความเหมาะสมในการก่อสร้างท่าอากาศยาน ดังนั้น กรมการบินพาณิชย์ จึงวางแผนการก่อสร้างและทำการสำรวจความเป็นไปได้เบื้องต้น ปรากฏว่าที่ดินบริเวณดังกล่าว มีเนื้อที่ไม่เพียงพอ ต้องโยกย้ายราษฎรออกจากพื้นที่ และราษฎรในพื้นที่คัดค้านไม่ยอมให้สร้างท่าอากาศยานในพื้นที่ดังกล่าว

joker123

เดือนธันวาคม พ.ศ. 2532 ทางจังหวัดจึงได้เสนอที่ดินบริเวณป่าโคกโจด อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ประมาณ 3,750 ไร่ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 30 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอเมืองสุรินทร์ประมาณ 75 กิโลเมตร ให้กรมการบินพาณิชย์ก่อสร้างท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยาน โดยให้มีศักยภาพรองรับเครื่องบินขนาด 150 ที่นั่ง ขึ้น – ลงได้ และคาดว่าผลที่ได้รับจะทำให้พื้นที่ บริการของท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ครอบคลุมได้ทั่วบริเวณอีสานใต้ ปี พ.ศ. 2536 – 2539 ท่าอากาศยานบุรีรัมย์จึงได้ก่อกำเนิดขึ้น ซึ่งกรมการบินพาณิชย์ได้จัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2536 เพื่อก่อสร้าง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 376.20 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2539 และได้รับการประกาศให้เป็นท่าอากาศยานอนุญาตเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2539

สล็อต

ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นครั้งแรกที่มีสายการบิน 2 สายการบินเปิดให้บริการพร้อมกัน ทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 575.29% ให้บริษัทท่าอากาศยานไทยเข้าบริหาร
ในปี พ.ศ. 2562 กรมท่าอากาศยาน และกระทรวงคมนาคมซึ่งมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้มีแผนการที่จะให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) เข้าบริหารท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ในลักษณะการบริหารสัญญาร่วม หรือการจ้าง บมจ. ท่าอากาศยานไทย บริหารจัดการ โดยไม่ต้องมีการประมูล และกรมท่าอากาศยานยังคงความเป็นเจ้าของท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์มีอาคารผู้โดยสารปัจจุบันทั้งหมด 1 อาคาร ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว โดยพื้นที่โถงตรงกลางมีความสูงเท่ากับอาคาร 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ประมาณ 4,148 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 550 คนในชั่วโมงคับคั่ง และสามารถรองรับเที่ยวบินได้สูงสุดวันละ 16 เที่ยวบิน ซึ่งสามารถจอดเครื่องบินขนาดโบอิง 737 / แอร์บัส เอ320 ได้ 6 ลำพร้อมกัน บนลานจอด ขนาดกว้าง 90 เมตร ยาว 365 เมตร

สล็อตออนไลน์

ทางวิ่ง (รันเวย์) และทางขับ (แท็กซี่เวย์ ทางวิ่งใช้พื้นผิวแอสฟัลติกคอนกรีต (asphaltic-concrete) ขนาดกว้าง 45 เมตร ยาว 2,100 เมตร พร้อมไหล่ทางวิ่งข้างละ 7.5 เมตร สามารถรองรับอากาศยานสูงสุดได้คือ โบอิง 737 และ แอร์บัส เอ320 พร้อมพื้นที่ปลอดภัยปลายทางวิ่ง (blastpads) ขนาดกว้างข้างละ 60 เมตร และความยาวข้างละ 450 เมตร ท่าอากาศยานบุรีรัมย์มีทางขับจำนวน 2 เส้น ขนาดความกว้างเส้นละ 23 เมตร และความยาวเส้นละ 240 เมตร ชาวอินเดียจึงเรียกเมืองสงขลาในสมัยนั้นว่า เมืองสิงหลา ส่วนคนไทยเรียกว่า เมืองสทิง เมื่อแขกมลายูเข้ามาค้าขายกับเมืองสิงหลา ก็จะออกเสียงเพี้ยนเป็น เซ็งคอรา เมื่อฝรั่งเข้ามาค้าขายก็เรียกตามมลายูแต่เสียงเพี้ยนเป็นสำเนียงฝรั่งคือ ซิงกอรา (Singora) จากนั้นคนไทยพื้นถิ่นเองก็ได้เรียกตามเสียงมลายูและฝรั่งเพี้ยนเป็นคำว่า สงขลา ดังปัจจุบัน

สล็อตออนไลน์


นอกเหนือจากนี้ เอกสารชิ้นนี้ยังอธิบายต่อถึงความเป็นไปได้อีกสาเหตุหนึ่งว่า คำว่าสงขลาน่าจะเป็นการเรียกเพี้ยนมาจากคำว่า สิงขร ที่แปลว่าภูเขา เนื่องจากเมืองสงขลาในยุคดั้งเดิมตั้งอยู่เชิงเขา และเจ้าเมืองคนแรกยังได้รับพระราชทานนามว่า วิเชียรคีรี ซึ่งสอดคล้องกับเมืองที่อยู่แถบภูเขา สอดคล้องกับสุภาวดี เชื้อพราหมณ์ ที่ได้บันทึกว่าสงขลาเพี้ยนมาจากภาษาสันสกฤตหรือภาษาบาลี เนื่องจากชาวอินเดียล่องเรืออ้อมแหลมมลายูมาสู่ฝั่งตะวันออก เมื่อมองจากทะเลเข้าสู่ฝั่งสงขลาแลเห็นภูเขาเป็นปราการธรรมชาติ จึงเรียกว่า สิงขระ หรือ สิงขร ซึ่งคำไทยสิงขร หมายถึง ภูเขา ต่อมาชาวตะวันตกจึงเรียกตาม และเพี้ยนเป็นคำว่า ซิงโกรา หรือ ซิงกอรา เช่นเดียวกันกับที่กล่าวมาข้างต้น เหตุผลสุดท้ายที่เอกสารในเอกสารการศึกษาความเป็นไปได้ก็คือ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชวินิจฉัยไว้ว่า สงขลา เดิมชื่อสิงหนคร (สิง-หะ-นะ-คอน) แต่แขกชาวมลายูพูดเร็วและออกเสียงเพี้ยนกลายเป็น สิง-คะ-รา แต่ออกเสียงเป็น ซิงคะรา หรือ สิงโครา จนมีการเรียกเป็น ซิงกอรา ในส่วนเอกสารของชาวตะวันตกที่กล่าวถึงสงขลาในช่วงเวลาต้น ๆ ซึ่งสามารถค้นย้อนหลังไปได้ถึงสามร้อยปีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโดยปรากฏชื่อเมืองสงขลาในแผนที่ของประเทศสยามที่ทำโดยนายเชอวาลีเย เดอ โชมอง ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสที่เข้ามาเมืองไทยระหว่าง พ.ศ. 2228
นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 5-6 การปรากฏตัวของเมืองท่า และแหล่งโบราณคดีที่แสดงว่า มีผู้คนจากต่างแดนเข้ามาปะทะสัมพันธ์ น่าจะมีเหตุผลจาก การแสวงหาโชคลาภและโภคทรัพย์ของผู้คนทางตะวันตกดั่งเช่น กรีซและโรมัน จึงทำให้ช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาของการค้นพบเส้นทางการค้าทางทะเลที่เกิดขึ้นใหม่ คู่ขนานและเชื่อมโครงข่ายกับเส้นทางการค้าทางบก

slot

ท่าอากาศยานบุรีรัมย์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top