การรักษาผู้ป่วย

ให้ความรู้เกี่ยวกับอัลบูมิน

อัลบูมิน ( อาบูมิน, Albumin ) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ลอยอยู่ในกระแสเลือด ถูกผลิตขึ้นจากตับและมีปริมาณมากกว่าโปรตีนชนิดอื่น มีความสำคัญต่อผู้ป่วยมะเร็ง โดยจะทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดเลือดและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้มีความแข็งแรง สมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่เราจะพบอัลบูมินเป็นส่วนประกอบหนึ่งประมาณ 50% ของโปรตีนที่พบในเลือดเลยทีเดียว นอกจากนี้อัลบูมินยังสามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายเพื่อต่อต้านการติดเชื้อต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เครดิตฟรี อัลบูมินถูกสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโนที่ตับ ดังนั้นหากร่างกายได้รับกรดอะมิโนน้อยเกินไปหรือได้รับพลังงานจากอาหารไม่เพียงพอก็จะทำให้ระดับของอัลบูมินลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็เป็นผลให้ภูมิต้านทานต่ำและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งภายในไข่ก็ยังอุดมไปด้วยอัลบูมินสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสีหรือวิตามินและสารอาหารอื่นๆ แถมยังสามารถนำมาทำอาหารได้อย่างหลากหลายเมนูเลยทีเดียว และสำหรับใครที่กังวลว่าการทานไข่บ่อยๆ จะทำให้คอเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้น ก็หมดกังวลไปได้เลย เพราะเราสามารถเลือกทานเฉพาะไข่ขาวได้ ซึ่งพบว่าโปรตีนจากไข่ขาวก็มีอัลบูมินอยู่มากถึง 50% เช่นกัน และนอกจาก albumin จะเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว การทานอัลบูมินก็สามารถบรรเทาอาการของโรคตับและโรคมะเร็งตับได้อย่างดีเยี่ยม จึงถือเป็นโปรตีนที่มีความจำเป็นต่อผู้ที่ป่วยด้วยมะเร็งตับและโรคตับเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการรักษาอาการบวมน้ำของผู้ป่วยให้ดีขึ้น นั่นก็เพราะโปรตีนอัลบูมินมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำนั่นเอง อัลบูมินจากไข่ในผู้ป่วยที่ทานไข่ แนะนำให้ทานเฉพาะไข่ขาววันละ 2 ฟอง เท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาอาการป่วยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กรดอะมิโนและอัลบูมินที่พบในไข่ขาว ก็สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอภายในร่างกาย รวมถึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยได้ดีเช่นกัน แถมยังมีกรดอะมิโนซิสตีน ที่จะช่วยลดการเกิดอาการข้างเคียงจากการฉายแสงและการทำคีโมในผู้ป่วยมะเร็งได้อีกด้วย กรดอะมิโนที่พบในไข่ขาวไลซีน ( […]

ประโยชน์ของโครเมียมต่อร่างกาย

โครเมียม ( Chromium ) คือ ส่วนประกอบสำคัญของสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า GTF โดยสารชนิดนี้จะมี ไนอะซิน โครเมียมและกรดอะมิโนบางอย่างเป็นส่วนประกอบอยู่ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้ร่างกายสามารถนำกลูโคสมาใช้ได้และสามารถควบ คุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ไม่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย นอกจากนี้ก็พบว่าร่างกายของคนเราจะมีโครเมียมอยู่น้อยกว่า 6 มิลลิกรัม แต่จะค่อยๆลดลงเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง เครดิตฟรี หน้าที่ของโครเมียม (Chromium) โครเมียมช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยที่เกี่ยวกับการเผาผลาญกลูโคสให้เป็นพลังงานและสังเคราะห์กรดไขมันและคอเลสเตอรอล ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครเมียมช่วยให้อินซูลินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ซึ่งพบว่าหากร่างกายขาดโครเมียม ก็จะทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดสูงหรือมีคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงได้ และด้วยเหตุนี้เองแพทย์จึงแนะนำให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นเบาหวาน ทานโครเมียมในรูปของแคปซูลเสริมเข้าไปนั่นเอง โครเมียมทำงานร่วมกับ RNA เพื่อการสังเคราะห์โปรตีนอย่างมีประสิทธิภาพ โครเมียมทำหน้าที่ในการป้องกันพิษที่เกิดจากตะกั่ว การดูดซึมโครเมียม ( Chromium )ร่างกายของคนเราสามารถดูดซึมโครเมียมจากอาหารได้ที่ร้อยละ 0.5 และจะขับออกมาทางปัสสาวะมากถึง 5-10 ไมโครกรัมต่อวัน ส่วนที่ถูกขับออกทางอุจจาระก็จะมีน้อยมาก แหล่งเก็บโครเมียม ( Chromium )โดยปกติแล้วโครเมียมจะถูกเก็บไว้ที่ไต ม้ามและอัณฑะ เป็นส่วนใหญ่ และจะถูกเก็บไว้ที่ตับอ่อน สมอง ปอดและ หัวใจในปริมาณที่น้อยมาก นอกจากนี้ปริมาณของโครเมียมก็จะลดลงไปตามอายุอีกด้วย แหล่งที่พบโครเมียมโครเมียมมักจะพบได้มากที่สุดในไข่แดง เครื่องในสัตว์ […]

โคบอลท์จำเป็นต่อร่างกายอย่างไร

โคบอลท์ ( Cobalt ) คือ แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เกลือของโคบอลต์มีความจำเป็นต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทั้งนี้ไอโซโทปของโคบอลต์-60 ใช้สามารถใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของวิตามินบีสิบสอง ( Vitamin B12 ) ซึ่งก็มีหน้าที่สำคัญคือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยในร่าง กาย ให้มีการผลิตน้ำย่อยออกมาตามปกติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยบำรุงรักษาเม็ดเลือดแดงให้เป็นไปตามปกติอีกด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะไม่สามารถสังเคราะห์แร่ธาตุชนิดนี้ขึ้นมาเองได้ จึงต้องเสริมโคบอลท์ ให้กับร่างกายด้วยการทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์เท่านั้น และด้วยเหตุนี้คนที่กินมังสวิรัติหรือกินเจอย่างเคร่งครัด จึงมักจะมีปัญหาการขาดโคบอลท์ได้มากกว่าคนทั่วไปนั่นเอง เครดิตฟรี การดูดซึมและการขับโคบอลท์ร่างกายของคนเราสามารถดูดซึมโคบอลท์ได้ดีที่ลำไส้เล็ก โดยจะถูกดูดซึมที่ประมาณร้อยละ 70-80 ของโคบอลท์ที่ได้รับเข้าไป และจะถูกขับออกทางปัสสาวะมากถึงร้อยละ 65 ที่เหลือก็จะถูกขับออกทางอุจจาระ ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก ส่วนแหล่งที่ใช้ในการเก็บโคบอลท์ ก็คือ เม็ดเลือด ตับ ไต ม้ามและตับอ่อน แหล่งอาหารที่พบโคบอลท์โคบอลท์ สามารถพบได้ดีในแหล่งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ โดยอาหารที่พบโคบอลท์ได้มากที่สุด คือ เนื้อ ไต ตับ นมหอยกาบ และหอยนางรม ปริมาณที่แนะนำในการบริโภคโคบอลท์เนื่องจากโคบอลท์มักจะพบในปริมาณที่น้อยมาก จึงไม่มีปริมาณที่แนะนำ ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะได้รับจากอาหารประเภทโปรตีนเฉลี่ยประมาณวันละ 5-8 ไมโครกรัม ผลจากการขาดโคบอลท์เมื่อร่างกายขาดโคบอลท์จะทำให้มีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะในวัยเด็ก […]

ประโยชน์ของไฮโดรเจน

ไฮโดรเจน หรือ ธาตุไฮโดรเจน ( Hydrogen ) คืออะไร ? เมื่อกล่าวถึงไฮโดรเจนหลายคนไม่รู้เลยว่าคืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิต ดูเหมือนว่าเป็นไฮโดรเจนเป็นธาตุแค่ธาตุชนิดหนึ่งที่ไม่มีความสำคัญต่อชีวิตของเราเลย แต่จริงๆ แล้วไฮโดรเจนเป็นธาตุที่อยู่ใกล้ตัวเราและมีความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เครดิตฟรี ไฮโดรเจน คือ ธาตุที่ทำให้เกิดน้ำ เพราะไฮโดรเจนเป็นส่วนหนึ่งของ น้ำ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ดีเอ็นเอซึ่งเป็นโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์เราด้วย ไฮโดรเจนนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการมีชีวิต ทุกชีวิตนั้นล้วนมีองค์ประกอบของไฮโดรเจนอยู่ในร่างกายไฮโดรเจนเป็นธาตุอันดับที่ 1 ของตารางธาตุ มีสัญลักษณ์คือ H เลขอะตอม 1 อะตอมของธาตุไฮโดรเจนมีน้ำหนัก 1.00794 amu เป็นธาตุอโลหะ ธาตุประกอบด้วย นิวเคลียส์อยู่ตรงกลางของอะตอม ซึ่งภายในนิวเครียส์ประกอบไปด้วยโปรตอนที่มีประจุเป็นบวก และนิวตรอนที่ไม่มีประจุทางไฟฟ้า ด้านนอกจะมีอิเล็กตรอนที่มีประจุเป็นลบ วิ่งอยู่รอบๆ ไฮโดรเจนนั้นอยู่ได้ทุกสถานะไม่ว่าจะเป็นของแข็ง ของเหลว ก๊าซ ขึ้นอยู่กับความดันและอุณหภูมิของธาตุไฮโดรเจนในขณะนั้น ซึ่งในบรรยากาศของโลกเรานี้จะมีธาตุไฮโดรเจนอยู่ประมาณ 0.1 ppm หรือร้อยละ 75 ของสารชีวมวลที่มีอยู่บนโลก ลักษณะของไฮโดรเจน คือไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ติดไฟง่าย พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติมี […]

บทบาทหน้าที่ของวิตามินบี 2

ค.ศ.1916 แมคคิลัมได้ทำการทดลองเกี่ยวกับวิตามินบีสอง โดยพบว่าเมื่อสารที่มีคุณสมบัติในการป้องกันโรคเหน็บชาถูกทำลายด้วยความร้อน ก็ปรากฏสารที่มีคุณสมบัติในการช่วยการเจริญเติบโตนั่นคือวิตามินบีนั่นเอง แต่สำหรับ อเมริกาจะเรียกว่า วิตามินจี ( Vitamin G ) และในเยอรมันกับอังกฤษก็เรียกว่า วิตามินบี 2 ( Vitamin B2 ) นั่นเอง และต่อมา วอร์เบิร์กและคริสเทียนก็ค้นพบว่าสารสกัดจากยีสต์ที่เรืองแสงได้และมีสีแดง เขียว เหลืองนั้น เป็นสารชนิดเดียวกันกับที่แยกได้จากน้ำนม และต่อมาในปี เครดิตฟรี ค.ศ.1933 เกอร์กีและคูนก็ได้ทำการแยกสารชนิดนี้ออกมาจากธรรมชาติ โดยพบว่าสามารถแยกได้จากธรรมชาติหลากชนิด เช่น แยกสีเหลืองจากน้ำนม แยกจากไข่ขาว เป็นต้น และเนื่องจากสารที่แยกออกมาได้เป็นสารชนิดเดียวกันจึงตั้งชื่อให้เรียกได้ง่ายว่า ไรโบเฟลวิน ( Riboflavin ) นั่นเองในปี ค.ศ.1945 ได้มีการนำวิตามินบี 2 มาทดลองกับคนเป็นครั้งแรก โดยซีเบรลและบัทเลอร์ (Sebrell and Butlet) เป็นผู้ทำการทดลอง ซึ่งก็พบว่าวิตามินบี 2 มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของคนเป็นอย่างมาก และหากร่างกายขาดวิตามินบี 2 ก็จะทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังได้อีกด้วย โดยเฉพาะบริเวณสองข้างจมูกและมุมปากก่อให้เกิดโรคปากนกกระจอกเทศได้ […]

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางการแพทย์มีประโยชน์อย่างไร

การรักษาผู้ป่วยนอกจากการรักษาทางการแพทย์ ด้วยการผ่าตัด การรับประทานยาแล้ว การดูแลด้านโภชนการสำหรับผู้ป่วยก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรักษาด้านการแพทย์เลยทีเดียว เพราะว่าผู้ป่วยที่ได้รับสารอาหารครบถ้วนต่อและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตามความเหมาะสมของโรคที่ตนเองเป็นอยู่นั้น เครดิตฟรี จะทำให้ร่างกาย ของผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น จึงมีโอกาสที่จะหายจากโรคได้เร็วและมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการดูแลด้านโภชนการ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางการแพทย์ออกมาสำหรับผู้ป่วย เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับโรคที่เป็นอยู่ ถึงแม้ว่าผลิตเสริมอาหารทางการแพทย์จะไม่สามารถทำการรักษาให้ผู้ป่วยหายจากโรคที่เป็นอยู่ได้เหมือนกับการรับประทานยา แต่ว่าผลิตเสริมอาหารทางการแพทย์จะเข้าไปช่วยเพิ่มความสมดุลของสารอาหารภายในร่างกาย ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อระบบทำงานได้ดีการฟื้นฟู ซ่อมแซมและรักษาร่างกายให้หายจากการเจ็บป่วยย่อมมีโอกาสหายได้มากขึ้นในระยะเวลาอันสั้น แต่ในมีผู้ป่วยบางรายมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตเสริมอาหารทางการแพทย์กับอาหารเสริมทั่วไปว่าเป็นสิ่งเดียวกัน สามารถรับประทานได้เหมือนกัน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยจึงหันไปรับประทานอาหารเสริมแทนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางการแพทย์ เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่าและคิดว่ามีคุณสมบัติที่เหมือนกันสามารถรับประทานแทนกันได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยบางรายมีอาการป่วยที่หนักขึ้นหรืออาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการรับประทานอาหารเสริมที่ไม่เหมะสมกับโรคที่เป็นอยู่ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานอาหารเสริมวิตามินรวม ทำให้มีความอยากอาหารและรับประทานอาหารมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ปัจจุบันนี้อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางการแพทย์มีวางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อยู่ในรูปแบบผงหรือพร้อมดื่ม มีการโฆษณาสรรพคุณให้ผู้บริโภคฟังมากมาย บางชนิดบอกว่าสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรง บางชนิดช่วยรักษาโรคได้ บางก็โฆษณาว่าเป็นอาหารเสริมทางการแพทย์แต่บางชนิดก็บอกเพียงว่าเป็นอาหารเสริม แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางการแพทย์ต่างกันอย่างไร อาหารเสริม และ ผลิตเสริมอาหารทางการแพทย์ เหมือนหรือต่างกันอย่างไรอาหารเสริม ( Complementary foods ) คือ อาหารที่เราทำการรับประทานเพิ่มเติมจากการรับประทานอาหาร หลักทั้ง 5 หมู่ ซึ่งการรับประทานอาหารเสริมเหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกายอย่ในสภาวะปกติไม่มีอาหารเจ็บป่วยของโรคเกิดขึ้น ซึ่งอาหารเสริมจะเข้าไปเพิ่มประมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการแต่ได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และเกลือแร่ที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ดังนั้นการรับประทานอาหารเสริมมักจะรับประทานเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อความสวยงาม ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตสมวัย […]

Scroll to top