ผู้ป่วยสมองเสื่อมทำนิติกรรมอย่างไร

ผู้ป่วยสมองเสื่อมทำนิติกรรมอย่างไร

โรคสมองเสื่อม เป็นโรคที่มีความซับซ้อนค่อนข้างมาก ตั้งแต่การค้นหาสาเหตุไปจนถึงลำดับการรักษา เพราะใจความสำคัญของโรคสมองเสื่อมมีเพียงแค่อย่างเดียว นั่นคือมีความเสียหายเกิดขึ้นที่สมองส่วนใดส่วนหนึ่ง จึงส่งผลกระทบทำให้ระบบการทำงานของสมองและร่างกายบกพร่องไป ในการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายก็ต้องมีการตรวจวินิจฉัยกันอย่างละเอียดก่อนว่าความเสียหายของสมองนั้นคือบริเวณไหน และระดับความเสียหายมากเท่าไร ด้วยความที่ตำแหน่งของต้นเหตุและความรุนแรงของอาการที่ต่างกัน จะทำให้ต้องเลือกวิธีแก้ไขที่ต่างกันนั่นเอง การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจึงเป็นการทำงานร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่ายคือ ตัวผู้ป่วยเอง ทีมแพทย์และญาติหรือผู้ดูแลใกล้ชิดของผู้ป่วย นอกจากเรื่องของการใช้นวัตกรรมการทางแพทย์รักษาในส่วนของโรค พร้อมกับการปรับตัวของผู้ป่วยและญาติที่ต้องเปลี่ยนแปลงกันยกใหญ่แล้ว ยังมีข้อกำหนดทางกฎหมายอีกเรื่องที่ต้องคำนึงถึงด้วยเหมือนกัน เพราะอย่างไรเสียผู้ป่วยก็อาจยังต้องทำกิจกรรมอื่นใดทางกฎหมายอยู่ และเพื่อไม่ให้การกระทำนั้นกลายเป็นโมฆะในภายหลังซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายบางประการ ก็ต้องทำความเข้าใจหลักการทำนิติกรรมของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเอาไว้ด้วย เครดิตฟรี บุคคล 3 กลุ่มที่หย่อนความสามารถในการทำนิติกรรม ผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลที่อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ถือว่ายังมีวุฒิภาวะน้อยและอาจจะยังอ่อนประสบการณ์อยู่มาก การทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ จึงต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นบิดามารดานั่นเอง และผู้เยาว์จะเริ่มทำนิติกรรมด้วยตัวเองเพียงลำพังได้ก็ต่อเมื่อบรรลุนิติภาวะที่อายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือมีการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วเท่านั้น บุคคลไร้ความสามารถ หมายถึง บุคคลที่มีจิตไม่ปกติหรือมีความพิการทางสมอง ซึ่งศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถแล้ว มีอาการควบคุมสติตัวเองไม่ได้และไม่สามารถเข้าใจถึงความผิดชอบชั่วดีได้อย่างคนปกติทั่วไป ทำกิจวัตรส่วนตัวไม่ได้ต้องมีคนคอยดูแลใกล้ชิดอยู่เสมอ กลุ่มนี้จะต้องมีผู้ทำนิติกรรมแทนทั้งหมดและบางอย่างก็ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนด้วย เราสามารถแยกคนกลุ่มนี้ให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้ 2.1 คนวิกลจริต : เน้นไปที่ความผิดปกติทางด้านจิตใจเป็นหลัก อาจเรียกง่ายๆ ว่ากลุ่มคนสติวิปลาสหรือคนบ้า และต้องมีลักษณะ […]

Scroll to top